Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์ของนักเรียน จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏ และ โรงเรียนชุมพวงศึกษา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 28 - 31 ก.ค. 2560
ประสบการณ์ของนักเรียน จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏ และ โรงเรียนชุมพวงศึกษา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 28 - 31 ก.ค. 2560
Friday, 04 August 2017 07:53

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  วัดวะภูแก้ว






พบทางสายกลาง


          ก่อนที่จะมาที่วัดวะภูแก้ว   ฉันมีเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่ผลัดเข้ามาในชีวิตของฉัน  ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดวะภูแก้ว  เพราะช่วงนั้นมีความทุกข์ใจ  สับสน  วุ่นวายไปหมด  เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะตัวฉันก่อขึ้นมาเอง  จนทำให้พ่อแม่และยาย  ต้องเสียน้ำตา  เหตุเกิดเพราะฉันจริงจังกับการเรียนมากจนเกินไป  มีความขัดแย้งกับอาจารย์จนเกิดความเครียดจนถึงขั้นต้องได้ดรอปการเรียนไว้  ในส่วนตัวฉันเองก็เป็นคนคิดมาก  ขาดความมั่นในในตัวเองทำให้ฉันเครียด  คิดมาก  จนทำให้ฉันนอนไม่หลับอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์  สอบวิชางั้นๆ แบบมั่วๆ นอนก็นอนไม่หลับ  พอนอนไม่หลับก็ลุกมาอ่านหนังสือ  แต่มันก็ไม่มีผลอะไรเลย  เพราะการไม่ได้พักผ่อนก็ทำให้เราอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องมันทำให้ดิฉันปวดหัวมาก  คิดว่าเส้นเลือดในสมองแตกแล้ว  จนวันนั้นฉันคิดว่าควรบอกพ่อกับแม่ดีไหม  และแล้วฉันก็ทนปวดหัวไม่ไหว  ก็โทรหาพ่อ-แม่  วันที่บอกพ่อ-แม่ก็จวนสอบเสร็จ  พ่อกับแม่ได้ยินเสียงที่ฉันโทรหาก็ตกใจมาก  พอสอบเสร็จแม่ก็มารับฉันกลับบ้าน  ฉันพูดกับแม่ว่า  แม่หนูปวดหัวมากหนูคงไปเรียนกับเพื่อนไม่ได้อีกแล้วล่ะ  พอแม่กับพ่อได้ยินที่ฉันพูด  น้ำตาของทั้งสองท่านที่หนูรักและเคารพก็ไหลออกมา  ในช่วงที่ฉันปวดหัวซึมเศร้า  ไม่คุยกับใคร  ข้าวปลาก็ไม่กินได้แต่กินได้น้อยมาก  ในช่วงตอนนั้นคนในครอบครัวฉันกังวลกับฉันมาก  กลัวว่าฉันจะเรียนไม่จบ  กลัวไม่มีอาชีพทำมาหากิน  แม่ก็ได้แต่บอกกับฉันเสมอว่า  ลูกถ้าลูกไม่ห่วงอนาคตลูก  ไม่คิดถึงอนาคตแล้วชีวิตลูกจะเป็นยังไง  พ่อกับแม่ก็ไม่ได้อยู่กับลูกได้ตลอดไปนะ  ลูกต้องดูแลตัวเองแม่บอกกับฉันก็แทบไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำให้ฉันร้องไห้  แม่ก็พาฉันไปหาหมอ  พาไปปฏิบัติธรรม  แต่แล้วฉันก็ไม่หายจากการเครียด  วิตก  กังวล  ซึมเศร้า  แม่เลยบอกกับฉันว่า  ถ้าลูกเรียนไม่ไหวจริงๆ ลูกก็ดรอปไว้ก็ได้  หายดีเมื่อไหร่ค่อยกลับไปเรียน  แม่บอกกับฉันจนฉันได้ไปดรอปไว้จริงๆ

  

  


          ต่อมาฉันก็ได้มาลงเรียน  Summer  ฉันก็ตั้งใจเรียนไม่ยึดติดกับการเรียนมากไป  เรียนไปบ้างผ่อนคลายไปบ้าง  จนฉันเรียนจบ  Summer ทางคุณแม่เยาวภรณ์  ก็ได้บอกว่าหลวงลุงยอกให้เรามาเข้าค่ายปฏิบัติธรรม  ฉันดีใจมากที่ได้มาปฏิบัติธรรมให้จิตใจได้สงบ  ฉันคิดว่าฉันบาปมากจะทำยังไงใจฉันสบายสงบ  พอฉันได้มาปฏิบัติฉันก็ได้เข้าใจหลายๆ อย่างที่วัดวะภูแก้วแห่งนี้

  


           ค่ายธรรมะนี้สอนฉันหลายๆ อย่าง  ให้เรามีสติ  ถ้าเราขาดสติก็ทำให้เราผิดพลาดไป  โชคดีที่ฉันคิดได้  มีสติ  แล้วลุกขึ้นสู้อีกครั้ง  จวบจนวันนี้ก็ทำให้ฉันได้เข้าใจว่า “บางทีคนเราก็ต้องถอย 1 ก้าวเพื่อที่จะโดดให้ไกลขึ้น”  สอนให้ดิฉันรู้ว่าแม้เราจะแก้ไขอดีตไม่ได้  เราก็ทำปัจจุบันให้ดีได้  สอนให้ฉันรู้ว่าพระธรรมของพระพุทธเจ้า  ฉันขอขอบคุณสำหรับวิทยายุทธ์ต่างๆ ที่ได้รับจากวัดวะภูแก้วทำให้ฉันมีสติมากขึ้น  ถ้ามีโอกาสดิฉันอยากจะมาปฏิบัติธรรมอีกครั้ง  ฉันจะกลับไปทำหลายๆ อย่างให้พ่อกับแม่ได้ภูมิใจ”  ถ้าตึงเกินไปก็ทำให้เราทุกข์  ถ้าหย่อนเกินไปก็ทำให้เราไร้สาระ”

วงศ์นภา  ใจหาญ
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี







ทำเพื่อส่งบุญให้สัตว์ทดลอง


          เมื่อได้ทราบข่าวจากทางอาจารย์  ถ้าจะมีการเข้าค่ายธรรมะอบรมพัฒนาจิตใจผมได้แต่คิดในใจว่ามันคงจะน่าเบื่อแน่ๆ แถมอีกอย่างสถานที่ที่จะไปก็ไกล  ผมได้แต่คิดในใจว่าจะไปหรือไม่ไปดี  แต่ถ้าเราไปเราก็จะได้ทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับสัตว์ทดลองที่ผมได้ฆ่าเขาไป  ผมจึงตัดสินใจมาเข้าค่าย  เมื่อมาถึงสถานที่ที่จะปฏิบัติธรรมเห็นน้องๆ นั่งเงียบ  ผมก็ได้แต่คิดในใจว่าตายแล้วระเบียบและข้อปฏิบัติคงเยอะแน่ๆ เอาวะ!  ในเมื่อเรามาแล้วอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด  แต่พอมาถึงตอนที่มีการบรรยายเรื่องต่างๆ ของท่านอาจารย์วิทยากร  มันทำให้ผมได้กลับไปมองว่าที่ผ่านมาเราเคยทำอะไรมาบ้าง  เราจะแก้ไขเรื่องที่ผ่านมาอย่างไร  นึกถึงสัตว์ทดลองที่ผมได้ฆ่าเขาไป  นึกคิดว่าถ้าผมฆ่าเขาตาย  พรากพ่อแม่เขาจากลูกเขาจะเป็นอย่างไร  แต่เมื่อพออาจารย์วิทยากรบรรยายไปเรื่อยๆ ผมก็รู้แล้วว่าผมจะมีวิธีแก้ไขสิ่งที่ผมทำกับเขาได้อย่างไร   ในการใช้ชีวิตที่อยู่ที่นี่  และเวลาที่ผมนั่งสมาธิผม  ผมก็อุทิศส่วนบุญ  แผ่เมตตาให้กับสัตว์ทดลองที่ผมได้ฆ่าเขาไป


จีรวัฒน์  บุญใหญ่
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี






ไม่เชื่อต้องพิสูจน์


          ต้องขอกราบเรียนท่าน ดร.ดาราวรรณ  ครูหงส์  และคณะวิทยากร  คุณครูทุกท่าน  ในที่นี้  หนูขอบคุณมากๆ ค่ะกับเมตตาที่ท่านอุตส่าห์มาอบรมสั่งสอน  มาชี้ทางสว่างให้กับหนู  ตอนแรกหนูไม่อยากมาเลย  วัดก็ไกล  อยู่ตั้งโคราช  มาปฏิบัติธรรมก็ตั้ง 5 วัน  แต่หนูก็ต้องมา  ตอนมาถึงก็รู้สึกสงบมากเลยค่ะ  วัดสวยร่มรื่น  เป็นธรรมชาติมากๆ วันต่อมาท่านได้สอนวิธีทำสมาธิที่ถูกต้อง  สอนวิธีตั้งจิตภาวนา  ในวันที่สองนี้ท่าน ดร.ดาราวรรณได้พูดคำหนึ่งว่าเวลาทำสมาธิแล้วปวดขาให้ลองภาวนาถี่ๆ ตั้งจิตไว้ที่กลางหน้าอกแล้วมันจะหายปวด  เบาสบาย  ตอนนั้นหนูไม่เชื่อเลย  แค่ภาวนาจะหายปวดขาได้อย่างไร  ด้วยความที่หนูต้องการพิสูจน์มาก  พอถึงเวลาทำสมาธิหนูก็ลองเลยค่ะ  ตอนแรกๆ ก็ปวด  พอเริ่มตั้งจิตภาวนาให้ถี่ขึ้น  แล้วจากนั้นก็รู้สึกว่ามีความรู้สึกอุ่นๆ ลามลงจากสองข้างไว้จนหนูได้แชมป์นั่งสมาธิ  จนจบหนูก็ไม่รู้สึกปวดขาเลย  และมีแสงสีขาวนวลสว่างจ้าผ่านดวงตาทั้งสองไป  หนูประทับใจในการเข้าค่ายที่นี่มากๆ เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามากๆ เกิดความกลัวบาป  มีแนวทางในทางดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องมีสติ

มณฑิรา  สมประสงค์
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม







มีทุกข์  พึ่งธรรม


           ก่อนอื่นต้องขอขอบใจเพื่อที่ชักชวนให้มาเป็นส่วนหนึ่งของการมาครั้งนี้เพราะไม่ได้มีส่วนในมูลนิธินี้เลย  แต่เกิดขึ้นเพราะความอยากมาปฏิบัติธรรม  จึงได้มีโอกาสมา ณ วัดแห่งนี้  ปกติเป็นคนที่ชอบทำบุญทำทานเพราะถ้าเราเองเป็นคนที่มีบาปติดตั้งและคิดมาตลอดว่าจะต้องหาเวลาและโอกาสไปปฏิบัติธรรม  เพื่อทำให้จิตใจสงบ  และเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรตอนที่ศึกษาอยู่ก็ไม่ค่อยมีโอกาสจะทำบุญมากนัก  ถ้ากลับบ้านก็จะใส่บาตรบางครั้งก็ไปวัด  เมื่อรู้สึกว่าจะได้มาวัดแห่งนี้ก็แอบดีใจและตั้งใจเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ปัญหาหลายอย่างมันเข้ามารุมเร้าทำให้สุขภาพจิตใจแย่มากและอ่อนแอมาก  ซึม  อยากจะร้องไห้ในเวลาที่อยู่คนเดียว  จิตใจว้าวุ่นไปหมด  แล้วมีวูบหนึ่งที่นึกคิดขึ้นได้ว่าเราต้องไปหาที่สงบพักใจพักกาย  พอได้มาสถานที่แรกที่เห็นและประหลาดใจคือโรงเรียนที่อยู่ทางขึ้นวัดที่เคยฝันเห็น  เมื่อหลายปีก่อน  เคยฝันหลายครั้งว่าได้มาโรงเรียนแห่งนี้  เห็นแวปแรกรู้สึกแปลกใจมาก  ภาพมันชัดมากไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงฝันว่าเคยมีที่แห่งนี้  พอมาถึงวัดก็รู้สึกได้ถึงความสงบ  ความเย็นที่สัมผัสผิวของเราทำให้รู้สึกว่าที่นี่แหละ  คือที่ที่จะช่วยทำให้จิตใจเราสงบลงได้  เมื่อได้มาปฏิบัติธรรม  ฟังธรรม ทำสมาธิภาวนาตอนแรกทุกครั้งที่หลับตาจะนึกถึงเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ใจจิตใจไม่สงบ  แล้วก็ฟื้นตั้งใจทำสมาธิบางครั้งจนรู้สึกปวดหนักหัว  เหงื่อซึมเริ่มมาคิดดูว่าใจเราทำไมถึงย่อไม่นั่งซักทีจนได้ฟังเรื่องราวของภิกษุณีโกกิลาทำให้เรานึกขึ้นได้  และค่อยๆ ปล่อยวางจนมาถึงตอนนี้  จิตใจเริ่มสงบลงแล้ว ทำให้เรามานึกคิดได้ถึงเรื่องราวที่ผ่านมา  รู้จักปล่อยวางและรู้สึกว่าตัวเองนั้นเข้มแข็งขึ้นมาก  และนึกคิดได้ว่าต่อไปนี้เราจะใช้ชีวิตด้วยสติ  คิดก่อนทำ  ทำอะไรให้นึกถึงความที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าต่อไป

พรประภา  เหลืองอร่าม
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี







เรียนเก่งแค่ไหน  แต่ถ้าทำบาปกับพ่อแม่ก็ไม่มีวันเจริญ


           ในตอนแรกที่ทราบว่าจะได้มาปฏิบัติธรรม  ในความรู้สึกตอนแรกดิฉันดีใจนะ  เพราะไม่กี่เดือนที่ผ่านมาดิฉันก็ได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่ง  มันทำให้ฉันมีจิตใจสงบ  มีสมาธิและสติกับการกระทำทุกอย่าง  ดิฉันเลยดีใจที่จะได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมอีก  แต่เมื่อเวลาใกล้เข้าถึงความรู้สึกดิฉันกลับไม่อยากมา  เพราะฉันเป็นห่วงงานเอกสารของสาขาซึ่งซึ่งฉันเป็นคนรับผิดชอบ  แต่แล้วดิฉันตัดสินใจมา  เพราะดิฉันคิดว่าเราจะเปิดเทอมแล้วไปทำจิตใจให้สงบก่อนดีกว่า  เผื่อมีสิ่งดีๆ มีประสบการณ์ดีๆ เข้ามาในชีวิต  ซึ่งมันก็มีเข้ามาจริงๆ ด้วย


           เมื่อดิฉันได้ฟังธรรมฟังคำบรรยายต่างๆ มันทำให้ดิฉันกลับมาทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่ตัวเองกระทำถูกแล้วหรือยัง  ถ้าทำถูกแกล้วก็ทำต่อไป  ดิฉันชอบช่วงที่เปิดวีดีโอให้ดู  และวีดีโอที่ทำให้ดิฉันต้องกลับไปแก้ไข  การกระทำของตัวเองที่ทำต่อพ่อกับแม่  คือ วีดีโอ “พ่อคอมพิวเตอร์”  เมื่อดูแล้วฉันไม่ชอบการกระทำแบบนี้เลย  สงสารความรู้สึกของคนเป็นพ่อมาก  มันจุกในใจของฉัน  ฉันย้อนมองตัวเอง  ทบทวนตัวเอง  และจิตใต้สำนึกมันก็บอกว่า  การกระทำแบบนี้เธอทำบ่อยนะ  เถียงพ่อแม่  พูดใช้อารมณ์กับพ่อแม่  มันทำให้ฉันคิดได้ว่า  ถึงฉันจะเรียนเก่งมากแค่ไหน  ทำงานช่วยพ่อแม่มากแค่ไหน  แต่มาบ้านกลับใช้ปากที่พ่อกับแม่ให้มาเถียงท่าน  ดุท่าน  สิ่งเหล่านี้เป็นการกระทำที่ไม่ดีและได้กรรมบาปติดตัวไปทุกภพทุกชาติ


           ต่อจากนี้ไปฉันจะพยายามไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้  ที่ฉันใช้คำว่าพยายามก็เพราะฉันเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก  ทำแบบไม่ทันคิดให้ดีก่อน  แต่การพยายามของฉันจะทำให้เร็วที่สุด    ถึงฉันจะอารมณ์ร้อนฉันก็จะควบคุมตัวเอง  แยกแยะให้เป็น  รักท่าน  พูดดีๆ กับท่าน  ดูแลท่าน  ให้เหมือนกับที่แม่ยอมลาออกจากงานที่ท่านชอบเพื่อมาเลี้ยงฉัน  และให้เหมือนกับที่พ่อต้องลำบากหาเงินมาเลี้ยงฉัน


           สุดท้ายนี้ประสบการณ์ที่มาวัดวะภูแก้ว  จะคอยเตือนฉันเสมอว่า


          “ถึงจะเรียนเก่งมากแค่ไหน  แต่ประพฤติปฏิบัติไม่ดีกับพ่อแม่ ในชีวิตนี้ทำอะไรก็ไม่เจริญ”

เวียงวิไล  ปัญญากุล
มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี







คิดถึงแม่ที่สุดในวันที่ขาดแม่


           เมื่อตอน ม.1 ฉันเคยได้มาที่วัดวะภูแก้วแล้วครั้งหนึ่ง  ทางดร.ดาราวรรณ  ได้เปิดคลิปวีดีโอแม่ให้ดู  ฉันเคยคิดเสียใจที่ฉันมีแม่ที่ชอบกินเหล้า  เล่นการพนัน  ใช้เงินฟุ่มเฟือย  เที่ยวเตร่ไม่ค่อยอยู่บ้าน  เวลาเมาก็กลับมาโวยวายใส่ที่บ้าน  ใจหนึ่งก็สงสารพ่อที่แม่ทำแบบนี้  เห็นภาพพวกนี้มาตั้งแต่เด็กจนโต  ในวันแม่  แม่ไม่เคยไปที่โรงเรียนเลยสักครั้ง  ฉันได้แต่น้อยใจ  จนโตขึ้นมาพ่อกับแม่เริ่มทะเลาะกันมากขึ้นจนได้เลิกรากันไป  แต่พ่อเก็บไม่ให้ฉันรู้  จนฉันมารู้ทีหลังก่อนจะขึ้น ม.4  ฉันเสียใจมาก  ฉันรู้ว่าการเสียแม่ไปมันเหมือนขาดอะไรไปจริงๆ ระยะแรกแม่ก็ติดต่อมาบ้าง  แต่หลังๆ แม่ไม่ติดต่อมาเลย


           พอได้มาปฏิบัติธรรมที่วัด  ดร.ดาราวรรณ  ได้บรรยายเรื่องพระคุณอันยิ่งใหญ่  ทำให้ฉันคิดถึงแม่มาก  จากคนที่เคยอยู่ด้วยกัน  ตอนนี้เขาหายไปไหน  นั่งคิดน้ำตายิ่งไหล  เวลาเห็นคนอื่นพูดเรื่องแม่น้ำตามันก็ไหล  อยากกลับบ้านไปแล้วเจอแม่  แต่ก็ได้แต่คิด  ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ อยากกลับไปกอดแม่เพราะตอนแม่ไปแม้แต่กอดก็ไม่ได้กอดสักครั้ง  ก็ได้แต่คิดว่าต้องตั้งใจเรียนโตขึ้นแล้วกลับไปตามหาแม่ที่บ้านต่างจังหวัด  ตอนนี้อยากรู้ว่าแม่เป็นอย่างไร  คิดถึงฉันบ้างไหม  แต่ตอนนี้ฉันคิดถึงแม่มาก  ขอบคุณทางโรงเรียนที่พามาเข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต  ที่วัดวะภูแก้วอีกครั้ง  ทำให้ฉันรู้ว่าการที่เสียแม่ไปหรือไม่ได้อยู่กับแม่มันเหมือนขาดอะไรไปจริงๆ อยากอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาก็ได้แต่คิดตลอดมา


เข็มทราย  สุขกระชอน
ม.4/5  โรงเรียนชุมพวงศึกษา






ถ้าเลือกได้จะไม่ปฏิเสธแม่อีก


            ข้าพเจ้าได้รับโอกาสที่ไม่ค่อยจะได้มีมากนัก  ในการมาวัดวะภูแก้วในครั้งนี้  ที่วัดวะภูแก้วได้จัดกิจกรรมที่ดีมากๆ โดยเฉพาะการนั่งสมาธิ  และเปิดคลิปวีดีโอที่ดูแล้วฉันร้องไห้ทุกครั้ง  สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันเลิกเบื่อคือตอนที่วิทยากรได้เปิดเสียงเกี่ยวกับเรื่องของแม่  ฉันหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลลงช้าๆ ครั้งก่อนจะมาที่วัดฉันได้ทำสิ่งหนึ่งที่ทำให้แม่น้ำตาไหล  ฉันห่างจากแม่มาหลายสิบปีแล้ว  แต่แม่จะมาหาอยู่เสมอ  วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ฉันได้รับโทรศัพท์จากแม่ว่าวันนี้แม่จะมารับฉันไปเล่นที่บ้าน  ฉันได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกเกิดความเบื่อหน่าย  บอกแม่ว่า “นี่วันหยุดนะ  ไม่ไปหรอกขี้เกียจ”  แม่เงียบไปสักพักแล้วร้องไห้  ฉันรู้สึกรำคาญมากกว่าเดิมแล้วตัดสายไป  จนฉันเพิ่มมารู้ทีหลังว่าแม่ร้องไห้หนักเพราะกว่าจะมีโอกาสได้เจอกับฉันก็แทบปีละครั้ง  แต่ฉันยังรำคาญที่จะเจอแม่  ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ที่ฉันทำให้แม่เสียใจ  แต่มันมีหลายครั้ง  ฉันอยากขอโทษแม่  เพราะถ้าเลือกได้วันนั้นฉันจะไม่ปฏิเสธแม่อีก  เพราะนับตั้งแต่นั้นฉันไม่มีโอกาสได้เจอแม่อีกเลยจนถึงวันนี้

วิภารัตน์  สีดา
ม.4/1  โรงเรียนชุมพวงศึกษา






ถึงอ้วนก็สู้

           ก่อนที่จะมาวัดก็เตรียมใจไว้แล้วแหละ  เพราะว่ารู้ชะตากรรมว่าขึ้น ม.4  โรงเรียนพามาแน่ๆ เชื่อไหมครับผมเคยคิดที่จะไม่เข้าเรียน ชพ. เพราะไม่อยากมาวัด  แต่พอใกล้วันจะมาวัดผมเกิดอยากมาไม่รู้เพราะอะไร  เมื่อมาถึงวัดผมตื่นเต้นกับธรรมชาติมากเพราะว่าสวยมากคงเป็นเพราะตอน ม.1  ยังเด็กเมื่อมาแล้วจึงไม่เห็นคุณค่า  การนั่งสมาธิยกที่ 2  3  4  ผมนั่งไม่ได้เลยรู้สึกปวดขาตลอด  แต่มายกที่ 5  ได้ฟังพระเทศน์ผมนั่งได้นานและไม่ปวดและเกิดอาการตัวสั่น (ปีติ)  เมื่อถึงยกที่ 8  สามารถนั่งได้นาน  จนได้เป็นแชมป์  ผมดีใจมากเพราะผมมีร่างกายที่อ้วนนั่งยากกว่าคนอื่น  แต่ผมทำได้เพราะผมตั้งใจ  ผมใช้คำบริกรรมว่า  “ทำให้ได้”  “ตัดกิเลส”  เพราะเมื่อนั่งสมาธิผมชอบคิดฟุ้งซ่าน  เมื่อมาถึงยกที่ 9  ได้มีโอกาสไปนั่งข้างบนลานธรรม  ผมรู้สึกดีใจมากเพราะอากาศดี  วิวสวย  ผมนั่งไปและสูดอากาศบริสุทธิ์ไปมีความสุขมากๆ  การมาวัดครั้งนี้เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีที่สุด  ผมมีความสุขและได้บุญกลับบ้านเยอะมาก


           อยากฝากถึงทุกคนที่ร่างกายอ้วนเหมือนผม  ผมก็อ้วนแต่ผมตั้งใจจนทำได้  ความพยายามทำให้เราประสบผลสำเร็จครับ

สหรัต  วรรณะ
ม.4/1  โรงเรียนชุมพวงศึกษา







ตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อไถ่บาป


           ตอนที่ยังไม่มาวัดหนูเป็นคนที่ไม่ชอบคุยกับแม่เท่าไร  ตะคอกเสียงใส่ท่านเพราะเป็นคนชอบอยู่เงียบๆ  ชอบฟังเพลงแล้วท่านชอบโทรมา  ทำให้หนูอารมณ์เสีย  ท่านเสียใจ  เพราะท่านทำงานเหนื่อยๆ มาก็อยากจะได้ยินเสียงหนู  หนูรู้แต่หนูเฉยๆ จนได้มาวัดเข้าวันที่สามสี่  หนูเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดทำให้คนในบ้านและแม่เสียใจมาก  จึงคิดว่าตัวเองนี้บาปเหลือเกิน  จึงตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อไถ่บาปและสร้างบารมีให้ตนเองและแม่และคนในครอบครัวให้ได้มากที่สุด  กลับไปจะเป็นดีของแม่และครอบครัว

ฤทัย  โฮมพิรมย์
ม.4/4  โรงเรียนชุมพวงศึกษา


Last Updated on Friday, 04 August 2017 08:25
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner