Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์ ของ นักเรียนจาก โรงเรียน ลำปลายมาศ รุ่น 2 และ โรงเรียนขามทะเลสอวิทยา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 22 - 26 พฤษภาคม 2558
ประสบการณ์ ของ นักเรียนจาก โรงเรียน ลำปลายมาศ รุ่น 2 และ โรงเรียนขามทะเลสอวิทยา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 22 - 26 พฤษภาคม 2558
Monday, 01 June 2015 03:49

 

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  วัดวะภูแก้ว

 


เพิ่งเห็นความสำคัญของแม่


          ตั้งแต่ช่วง ม. 3  หนูเห็นคุณครูบอกกับรุ่นพี่ ม.4 ว่าต้องมาเข้าค่ายธรรมะที่วัดวะภูแก้ว   ความรู้สึกของหนูคิดว่าหนูไม่อยากขึ้น  ม.4  เลยค่ะ  หนูไม่อยากมาวัด  ไม่อยากปฏิบัติธรรม  ช่วงตอนที่หนูอยู่ประถม  ที่โรงเรียนก็เคยพานักเรียนไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่ง  พระท่านจะให้นั่งสมาธิและตื่นมาแต่เช้า  ซึ่งหนูเป็นคนขี้เกียจ  ตื่นสาย และไม่ชอบนั่งสมาธิเลยค่ะ

  


          เมื่อมาที่วัดวะภูแก้ว   ก็ต้องตื่นแต่เช้า  หนูมองไปรอบๆ  มองบรรยากาศในตอนเช้า  หนูก็คิดขึ้นมาได้  ในเวลาแบบนี้ ถ้าอยู่ที่บ้านหนูคงจะนอนอยู่  แต่แม่ของหนูท่านตื่นแล้ว  ท่านตื่นมาทำความสะอาดบ้าน  เตรียมชุดนักเรียนให้น้อง  เอาของออกมาจัดและต้องเตรียมของที่ต้องเอาไปสอนนักเรียน  หาข้าวให้หนูและน้องกิน  แต่หนูก็หงุดหงิดให้แม่ตลอดเลยค่ะ   แม่ชอบบอกให้หนูกินข้าวเช้าก่อนไปโรงเรียน   แต่หนูไม่ชอบกินข้าวเช้า   หนูหงุดหงิดใส่แม่และก็มาโรงเรียนเลยทำให้แม่หนักใจ

  


          วันที่ 3 ของการอบรม  ตอนที่ครูบรรยายเรื่องพระคุณพ่อแม่  หนูก็คิดตามที่ครูพูด  หนูนั่งสมาธิได้นานมากค่ะ   หนูตั้งใจนั่งและฟังเสียงที่ครูเปิดและพูดเกี่ยวกับแม่  หนูร้องไห้ค่ะ  ช่วงแรกหนูพยายามที่จะไม่ร้อง  แต่พอช่วงท้าย ๆ  หนูห้ามตัวเองไม่ได้เลย  หนูทำให้แม่ร้องไห้บ่อยเพราะเรื่องของหนู   แต่ทำไมหนูต้องไปร้องไห้ให้คนอื่น  หนูเคยมีแฟน  หนูสนใจแต่ความรู้สึกของเขาโดยไม่สนใจความรู้สึกของแม่เลย   วัดวะภูแก้วทำให้หนูได้คิดอะไรหลายๆ อย่าง  ตั้งแต่นี้ต่อไปหนูจะเป็นเด็กดีของแม่   ไม่ทำให้แม่หนักใจ   สนใจแม่มากขึ้น  ช่วยแบ่งเบาภาระของแม่   แฟนจะมีเมื่อไหร่ก็มีได้ ถึงเขาหายไปเราก็มีคนใหม่ก็ได้  คนที่ดีกว่า   แต่แม่มีคนเดียว   ถ้าแม่หายไปจากชีวิตหนู  หนูก็ไม่รู้ว่าต้องไปตามหาแม่มาจากที่ไหน  เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป  หนูจะรักแม่ให้มากๆ ดูแลท่านให้มากกว่าชีวิตของตนเองจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตของหนู


นางสาวณัฐริกา  กาญจนพงษ์
 โรงเรียนลำปลายมาศ  ชั้น  ม.4/13
เขียนไว้ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2558

  

 

  

แม่ดุเพราะหวังดี


          พอได้รู้ว่าจะได้มาวัดวะภูแก้ว   หนูก็รู้สึกเฉย ๆ  เพราะเคยปฏิบัติธรรมมา  แต่พอได้เข้ามาในวัดรู้สึกชอบมาเพราะร่มเย็น  สงบสมกับเป็นที่ปฏิบัติธรรม  ไม่เหมือนที่อื่นที่เคยไปมาก่อน

  


          วันแรกที่ได้ปฏิบัติธรรม  หนูไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องนั่งสมาธินานขนาดนั้น  เมื่อย ปวดขา  ถ้าคนไม่มีสมาธิ  นั่งนานแค่ไหนมันก็ไม่มีสมาธิขึ้นมาหรอก   วิทยากรก็เป็นผู้หญิง  หนูก็นึกว่าจะเป็นพระที่มาพูดตลกเหมือนที่อื่นๆ   แต่ที่นี่  มีแต่ นั่งสมาธิ เดินจงกรม และสวดมนต์

  


          พอมาวันที่ 2  ก็ทำเหมือนวันแรก  แต่ไม่เหมือนตรงที่หนูทำได้  ถึงจะเมื่อย  แต่อดทนเพราะอยากเอาชนะตัวเองและหนูก็ทำได้ดีด้วย   หนูเป็นแชมป์ในการนั่งสมาธิยกที่สอง   หนูดีใจมากและการนั่งสมาธิในยกนี้ทำให้เห็นความแตกต่างจากเดิมที่เราคิดไว้   มีสมาธิมากขึ้นและมีความอดทนมากขึ้น

  


          มีวันหนึ่ง   ดร.ดาราวรรณ บรรยายเรื่องพระคุณพ่อแม่  ต้องขอบอกก่อนเลยว่า  ก่อนที่หนูจะได้มาที่วัด  หนูทะเลาะกับแม่มาก่อนและทะเลาะกันเกือบทุกวันด้วยปัญหาเล็ก ๆ น้อยๆ  และคิดว่าแม่ไม่มีเหตุผล  เอะอะอะไรก็ว่าแต่เรา  ทั้งๆ ที่คนอื่นก็ผิด  แต่ไม่เห็นว่าเขาจะโดนว่าแบบเราเลย   แต่พอฟัง ดร.ดาราวรรณ บรรยายแล้วก็รู้สึกว่าเราเป็นลูกที่แย่มาก  ที่ไปคิดแบบนั้นกับผู้มีพระคุณ  เพราะที่แม่ทำอย่างนั้นเพราะแม่หวังดี  และมีเหตุผล

  


          จากการที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดวะภูแก้ว  ทำให้หนูได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบาปบุญคุณโทษ  และเรื่องพุทธศาสนามากขึ้น  และที่สำคัญทำให้หนูได้รู้ว่าพระคุณพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน และต้องขอขอบพระคุณ คณะวิทยากรทุกคนที่ทำให้หนูรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง  มีสติ  และทำให้หนูเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้  ภายในระยะเวลาแค่ 5 วัน

นางสาวอาทิติยา  อิรัญ
 โรงเรียนลำปลายมาศ  ชั้น  ม.4/12
เขียนไว้ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2558

 

 

 

น้ำตาของพ่อ


          ก่อนอื่นหนูจะบอกว่าหนูเป็นผู้หญิงดื้อมาก ดื้อมาตั้งแต่เด็ก  โดนตีก็บ่อย  แต่ตอนเด็ก ๆ อาจจะไม่ได้ทำเรื่องร้ายแรงมากเท่าไหร่   หนูเคยด่าแม่ว่า ไม่ดีอย่างงั้นอย่างงี้   แม่ก็ร้องไห้  และถามหนูว่า  “แม่ไม่ดีตรงไหนลูก”   แต่หนูก็ตอบไม่ได้   พอโตขึ้น ก็เริ่มทำไม่ดีขึ้นเรื่อย ๆ  หนูยอมรับว่า หนูไม่ค่อยชอบพ่อเลยค่ะ  เคยพูดกับพ่อว่า  “อย่ามายุ่ง  อย่ามาวุ่นวาย  รำคาญ  ไม่ชอบพ่อ”   แม่ก็สอนตลอดว่า “ไปพูดแบบนั้นกับพ่อได้ไง   ที่เขาด่า  เขาสอนก็เพราะเขารักเขาห่วง  ถ้าไม่นับถือพ่อ  ก็ไม่ต้องมานับถือแม่”  ยิ่งแม่พูดแบบนี้  ทำให้รู้สึกยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่  เวลาหนูสร้างปัญหาก็มีแต่แม่คอยตามแก้  แม้จะใหญ่หลวงแค่ไหน  แม่ก็ไม่เคยทิ้งหนู  อยู่ข้างหนูตลอด   แม่บอกหนูตลอดว่า  “ไม่เป็นไรหรอกลูก   แม่อยู่ข้างลูกเสมอ”   หนูก็คิดได้แป๊ปเดียว แล้วก็กลับมาดื้อแบบเดิม   ไม่ฟังแม่แบบเดิม  เวลาอยากได้อะไร   แม่ไม่เคยขัดเพราะรู้ว่าถ้าเขาไม่ให้  หนูก็จะโกรธ  ไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้แล้ว   แต่ไม่เคยคิดว่าพ่อแม่จะลำบากแค่ไหนกว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท  หนูทำให้พ่อแม่ร้องไห้  ปกติพ่อหนูเป็นคนเข้มแข็ง  ไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นหรอกค่ะ   แกจะเป็นคนประมาณว่า  ปากร้ายใจดี และรักลูกมาก  มากจนลูกทั้ง 2 คนรู้สึกอึดอัด  ไม่ให้ลูกออกจากบ้านบ่อย ๆ  ห้ามกลับบ้านเกิน 1 ทุ่ม  แต่มีวันหนึ่ง  หนูหนีออกจากบ้านหายไปเกือบอาทิตย์  กลับมาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  พ่อแม่ก็ไม่ตามกลับเพราะเอือมและเหนื่อยที่จะพูด  หลังจากกลับมาก็เงียบ  คิดว่าพ่อแม่คงไม่โกรธ  แต่ไม่ใช่เลยค่ะ  หนูหาเรื่องพูดนั่นพูดนี้ว่า  ทำไมพ่อแม่ไม่พูดด้วย   พ่อเลยบอกว่า  “ที่คนเป็นพ่อไม่พูดเพราะเจ็บ  เจ็บตรงนี้”  และพ่อก็ทุบที่หน้าอกข้างซ้ายของพ่อ  และก็ร้องไห้  นี่เป็นครั้งแรกเลยค่ะที่หนูเห็นน้ำตาของพ่อแต่หนูก็ไม่รู้สึกอะไร   ทำเฉยใส่อีก  แล้วหนูก็เริ่มสร้างปัญหาไปเรื่อย ๆ  จนรู้สึกได้ว่ามันมากเกินไปแล้ว  แต่แม่ก็ไม่ทิ้งหนู  เป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ข้างหนูตลอด   แก้ปัญหาให้หนูตลอด ไม่ว่าจะเรื่องอะไร  ให้หนูได้ทุกอย่าง  ตอนนี้หนูรู้แล้วค่ะว่า  พ่อแม่รักหนูมาก   หนูจะเป็นคนดี  จะไม่ทำให้พ่อแม่ต้องร้องไห้แล้ว  มาอบรมครั้งนี้ได้อะไรหลายๆ อย่างเลยค่ะ  ยิ่งเรื่องการทำบุญทำบาป  เรื่องบุญคุณพ่อแม่  เรื่องกรรมดี กรรมชั่ว  มันทำให้หนูรู้สึกผิดและสำนึก  หนูพูดในใจว่า  “แม่..หนูขอโทษ  พ่อหนูขอโทษ”  เป็นร้อย ๆ ครั้ง  สุดท้ายนี้หนูก็ขอบคุณค่ายนี้มากที่ทำให้หนูคิดได้

นางสาวกัณฐมณี  ศรีเกตะเพชร
 โรงเรียนลำปลายมาศ  ชั้น  ม.4/10
เขียนไว้ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2558

 

 

 

คนเคยดีขอทำดีอีกครั้ง


           ตั้งแต่รู้ว่าจะต้องมาวัด  โห่  หนูถึงกับบอกว่า  “ไปทำไมวะ  ขี้เกียจวะ  อยู่บ้านเล่นโทรศัพท์สบายใจกว่า”  ในความคิดก่อนจะมาไม่เคยคิดที่จะพูดดีๆ กับแม่  ตื่นมาต้องทะเลาะกับแม่  แต่กลับไปหนูจะเลิกละพฤติกรรมแบบนี้   แม่มักจะชอบให้หนูทำงานบ้านมากกว่า  สอนทำขนม  สอนทุกอย่างมากกว่าคนอื่น  หนูชอบบ่นนะ  “จะให้กูเป็นกุลสตรีเลยหรือไง”  คำพูดนี้ ทรามสุดๆ บาปมาก  ตายไปนรกจ่ออยู่แน่!   ตอนนั้น แม้แต่บอกรักแม่ก็ไม่เคย  แต่กับคนรู้ใจ บอกมันทุกวัน  ไม่รู้จะบอกอะไรหนักหนา ต้องบอกทุกครั้ง  ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว  4 ปีที่ผ่านมาโคตรเลวอ่ะ  ไม่มีอะไรดี  ทุกอย่างยกเว้นแต่พวกยาหนูไม่ยุ่งและบุหรี่ก็ไม่สูบ  กินเหล้าอย่างเดียว  ไม่เคยถามพ่อกับแม่ว่ามีเงินใช้ไหม

  


          ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา  ความดีที่หนูทำครั้งล่าสุดคือ  ซื้อพวงมาลัยไปกราบแม่  ซื้อเสื้อให้แม่  ซื้อร้องเท้าให้พ่อ   แต่ตั้งแต่ ม.2 แล้ว  จาก ป.1 – ม.1  หนูจะต้องหาของขวัญวันพ่อวันแม่ให้ท่านทั้งสอง   แต่ 3 ปีมานี้ไม่เคยมี  แม้แต่การยกมือไหว้  เลวมากใช่ไหม   หนูเป็นนักกีฬาสมัครเล่น  ไม่ค่อยอยู่กับพ่อแม่  เสาร์-อาทิตย์ ก็อยู่สนามกีฬา  กว่าจะกลับก็  1 ทุ่ม เกือบ 2 ทุ่ม   จันทร์  - ศุกร์  ก็ไปโรงเรียน  ต่อไปหนูจะแบ่งเวลาว่างให้ท่านบ้าง  ขอโทษที่เลวมาเยอะ  ใครๆ ที่ได้อ่านก็อย่าทำแบบหนูนะ อย่าใช้ชีวิตที่ผิด


นางสาวทัศนีย์  วงค์คำจันทร์
 โรงเรียนขามทะเลสอวิทยา  ชั้น  ม.4/1
เขียนไว้ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2558

 


Last Updated on Monday, 01 June 2015 04:04
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner