Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์ ของ นักเรียนจาก โรงเรียนครบุรี และ โรงเรียนขามทะเลสอวิทยา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.- 3 มิ.ย. 2557
ประสบการณ์ ของ นักเรียนจาก โรงเรียนครบุรี และ โรงเรียนขามทะเลสอวิทยา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.- 3 มิ.ย. 2557
Friday, 20 June 2014 06:44

 

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  วัดวะภูแก้ว

 

 

พ่อ – แม่ ล้อลมหายใจ

          ในวันสุดท้ายของการเข้าค่าย  ผมรู้สึกสงบลงมากจากที่เคยเป็นคนพูดมาก  ก็สงบลงมาก  ผมยังสงสัยตัวเองเลยว่า  ความซนของเราหายไปไหน  การปฏิบัติธรรมแบบนี้  ผมเคยปฏิบัติมาแล้ว  การสวดมนต์นาน ๆ  การนั่งสมาธินาน ๆ  ผมเคยนำมาแล้ว  ดังนั้นพอผมนั่งสมาธิครั้งแรก  (ยกแรก)  ผมก็รู้สึกสงบทันที  สงบในที่นี้คือ  “ใจสงบ”  แต่กายยังปวดยังเจ็บ  ผมก็เคยทำแบบที่อาจารย์บอก  ถ้าใจสงบแล้วลองมองจิต  มองตัวตนของตนเอง  แม้ผมไม่เคยเป็นแชมป์  แต่ผมก็ได้สมาธิมาก  ตอนผมนั่งอธิษฐาน  ผมไม่ท่องพุทธ-โธ  แต่ผมท่อง  พ่อ-แม่  ตั้งแต่ยกแรกสำหรับผมคิดถึงพ่อตลอด  พ่อผมไปทำงานต่างประเทศตั้งแต่ผมอยู่ ป.4  กลับมาบ้าน  ปีละครั้ง  ผมจึงคิดถึงพ่อมาก  และแม่ผมก็อยู่บ้านเลี้ยงลูก  3  คน  (ผมเป็นคนโต)  ผมจึงกำหนดลมหายใจว่าพ่อ-แม่  การทำแบบนี้ถึงบางครั้ง  อาจจะยังไม่เป็นสมาธิ  แต่มันจะทำให้เราระลึกถึงพ่อ-แม่อยู่เสมอ  ผมรู้สึกดีที่มาที่นี่แม้จะไม่เต็มใจมาเหมือนคนอื่นนั้นแหละ


          คติที่ได้จากการทำสมาธิ  คือ  รู้จิตเหมือนรู้แสงไฟส่องทาง


นายภาคิน  เจริญรักษ์ 
โรงเรียนครบุรี  ม.4/3
เขียนไว้  ณ  วันที่  3  มิถุนายน  พ.ศ.2557  

 

  

 

คิดได้ก็สายไปแล้ว

          มาวันแรกรู้สึกว่ามาทำไม  มาแล้วได้อะไร!!  ถามตัวเองอยู่สักพัก  พอวันที่สองก็ยังคล้าย ๆ  กับวันแรก  ยังคิดว่ามันหน้าเบื่อ  ความรู้สึกตอนนั้นบอกเลยว่า...อยากกลับบ้านม๊าก มาก  แต่ก็ต้องทนอยู่ต่อไป  พอได้วันที่สามงงตัวเองมาก  เพราะได้ไปนั่งสมาธิลานธรรม  รู้สึกได้ว่าข้างบนนี้น่าอยู่มากเป็นความรู้สึกว่าที่แบบนี้แหละเหมาะกับการปฏิบัติภาวนา  มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างกับ  2  วันแรกโดยสิ้นเชิง  รู้สึกผ่อนคลายปล่อยวางทุกสิ่ง  ดิฉันนั่งได้ประมาณ  1  ชั่วโมง  เกิดมาไม่เคยนั่งสมาธิที่ไหนนานเท่านี้มาก่อน  ดิฉันเคยเข้าค่ายธรรมะมาแล้วนะ  แต่ไม่เคยมีสมาธิมาก่อน  วอกแวกตลอด  พออยู่มาจนถึงวันที่สี่มันรู้สึกว่าอยากอยู่ต่อ  อันนี้เป็นความรู้สึกจริง ๆ  นะ  มันเป็นความรู้สึกที่ดิฉันอธิบายไม่ถูก  พอตกค่ำ  ดร.ดาราวรรณ  เปิดวิดีโอพระคุณแม่และพระคุณพ่อให้ดูดิฉันรู้สึกว่าเราเกิดมาเติบโตขนาดนี้  เพราะพ่อและแม่ดิฉันไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เลย  เพราะพอเกิดมาลุงก็ไปรับดิฉันจากร้อยเอ็ดมาอยู่โคราชกับย่า  พอจำความได้รู้แค่ว่าแม่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก  แม่เสียตั้งแต่ดิฉันอายุ  5  ขวบ  ดิฉันก็อยู่กับย่ามาตลอด  ต่อมาพ่อก็พาไปอยู่หนองกี่  จ.บุรีรัมย์  ก็อยู่กับพ่อได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็ให้พ่อพากลับมาอยู่กับย่า  เพราะดิฉันไม่ติดพ่อ  ดิฉันเลยไม่เคยรู้เลยว่าความอบอุ่นจากพ่อและแม่เป็นความอบอุ่นแบบไหน  จนกระทั่งดิฉันอายุได้  13  ปี  พ่อของดิฉันก็ตาย  ฉันเลยกลายเป็นเด็กกำพร้าทั้งพ่อและแม่  ก็อยู่กับย่ามาโดยตลอด  พอ  ดร.ดาราวรรณ  พูดถึงบุญคุณของพ่อแม่ดิฉันรู้สึกว่าตอนที่พ่ออยู่กับฉันนั้นไม่เคยดูแลท่านเลย  ไม่เคยได้ตอบแทนบุญคุณของท่านทั้งสอง  ดิฉันรู้สึกเสียใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่  และดิฉันอยากบอกว่าคนที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ก็ควรจะดูแลท่านทั้งสองให้ดี  เพราะถ้ามันสายไป  “เราจะย้อนมันกลับมาไม่ได้อีกเลย”

 

นางสาวนิยะดา  แป้นดวงเนตร์ 
โรงเรียนครบุรี  ชั้น ม.4/6
เขียนไว้  ณ  วันที่  3  มิถุนายน  พ.ศ.2557  

  

  

  ได้กลับบ้าน (เก่า) จริง ๆ

          ...เช้าวันที่ 3  ตื่นเช้ามาร้องบอกเพื่อนเลย  อยากกลับบ้าน ๆ  พอเข้ามาในศาลามาเดินจงกรม  นั่งสมาธิ  นั่งไปก็คิดไป  ตอนแรกก็พุทโธ  แต่พอนั่งไปเรื่อยนี้สิ  ใจมันก็คิดแค่จะกลับให้ได้  อยู่ ๆ  ใจมันก็ร้องมาเองว่า  กลับบ้าน  กลับบ้าน ๆ ๆ ๆ  พอจิตสงบก็เกิดภาพนิมิต  มีชายคนหนึ่งใส่ชุดขาว  น่านับถือ  ชายวัยกลางคน  เดินชายเข้ามา  แล้วถามข้าพเจ้า  นี่หนูเป็นอะไรถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้  ข้าพเจ้าก็ตอบไปว่า  หนูปวดเมื่อยตัวเหลือเกิน  หนูอยากกลับบ้าน  ชายคนนั้นจึงตอบกลับมาว่า    มาสิเดี๋ยวฉันจะพาไป  ข้าพเจ้าก็เลยเดินตามชายคนนั้นไป  เขาพาไปหยุดอยู่ที่บ้านไม้หลังหนึ่ง  แล้วบอกว่า  ถึงแล้วบ้านของเจ้าเข้าบ้านไปสิ  ข้าพเจ้าจึงปฏิเสธไปทันทีว่า  บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านของหนู  ชายคนนั้นก็พูดต่อมาอีกว่า  ดูก่อนเถิดเจ้าเห็นเด็กน้อยผู้นั้นไหม  ข้าพเจ้าก็ตอบรับไปว่าเห็นค่ะ  เขาเป็นใครหรือ  ชายคนนั้นก็บอกกับมาอย่างหนักแน่นทันทีว่า  ก็ตัวเจ้านะสิจะใครซะอีก  ข้าพเจ้าคิดว่าเขาคงล้อเล่นแน่ ๆ  จึงบอกไปว่า  คุณลุงดูหนูให้ดีก่อนสิคะ  หนูเป็นผู้หญิง  ส่วนเด็กน้อยผู้นั้นเขาเป็นชาย  ชายคนนั้นพูดขึ้นมาในทันทีว่า  งั้นเจ้าดูเองเถิดนะ  พอมองไปก็เห็นเด็กผู้ชายคนนั้นกำลัง  รังแกสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่อยู่  ข้าพเจ้าก็กลับไปถามคุณลุงว่า  ให้หนูดูเด็กคนนั้นทำไมหรือคะ  นิสัยไม่ดีเลย  ชายคนนั้นจึงตอบกลับมาว่า  นี้ละคือเหตุที่เจ้าป่วยเป็นโรค  ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่เจ้าก็ไม่เป็นเจ้ารู้หรือยังล่ะ  ข้าพเจ้าจึงถามต่อว่า  ในเมื่อหนูรังแกสัตว์ขนาดนั้นแล้วทำไมหนูยังได้เกิดมาอีกล่ะคะ  ชายคนนั้นบอก  ก็เพราะเจ้าไม่ดื้อกับพ่อแม่แถมยังได้บวชอีกไงล่ะ  งั้นเจ้ารีบกับไปเถิดนะคนอื่นเค้าจะรอนาน

  

หมายเหตุ     ผู้เขียนป่วยเป็นโรคทาลัสซิเมียขั้นรุนแรง  ต้องถ่ายเลือดเป็นประจำ  เคยเกิดอาการ  วิกฤตจนเกือบตายมาแล้ว


นางสาวกาญจนา  ปุ๊กสันเทียะ 
โรงเรียนขามทะเลสอวิทยา   ชั้น ม.5/3 
เขียนไว้  ณ  วันที่  3  มิถุนายน  พ.ศ.2557  



Last Updated on Friday, 20 June 2014 07:52
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner