Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์ นักศึกษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 8 - 10 มีนาคม 2556
ประสบการณ์ นักศึกษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 8 - 10 มีนาคม 2556
Thursday, 21 March 2013 07:35

 

 

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  วัดวะภูแก้ว

จากอารมณ์เบื่อกลายเป็นเพลินในอารมณ์


           ผมมาวัดเพียงมาทำหน้าที่ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้  พอมาถึงวัดก็ยังมีความรู้สึกอึดอัดอยู่   แต่พอได้เข้าอบรมฟังบรรยาย  ความคิดที่คิดว่าอึดอัดก็เริ่มหมดไป  เพราะได้ฟังหลายๆ เรื่อง    เรื่องที่ผมชอบก็คือความกตัญญูและความพอเพียง   จากอารมณ์ที่น่าเบื่อก็กลายเป็นเพลินและซาบซึ้งในเนื้อหาที่ได้ฟัง ทำให้เรารู้สึกว่ามีคนลำบากกว่าเราเพราะอยากให้เราสบาย  ฉะนั้น เราไม่ควรเอาแต่ใจตัวเอง  รักพ่อ-แม่-พี่-น้อง  เรามากๆ


           ความรู้สึกเมื่อได้สวดมนต์  เวลาที่สวดมันทั้งนานและยาวมาก แต่พอเราสวดตามไปก็เกิดอาการเพลินในอารมณ์  อาการเมื่อยเจ็บปวดเท้าขาก็บรรเทาลง   แต่พอสวดเสร็จก็เกิดอาการอิ่มใจขึ้นมาทันทีเพราะเราไม่ได้ทำบ่อยนักถึงจะนานแต่ก็พอใจที่ได้ทำ


           ความรู้สึกเมื่อวันสุดท้ายที่จะได้กลับ  ก็ยังอยากกลับ  แต่อีกใจก็อยากอยู่ต่อเพราะการที่ได้เข้ามาอบรมนั่งสมาธิ ทำให้เราสงบจิตสงบใจมาก   ทำให้เรามีสติ  ทำให้เรารู้ผิดชอบชั่วดี และมองเห็นบาปที่เคยทำมามากมายและชัดขึ้น   แต่ผมก็ตั้งใจบำเพ็ญภาวนาให้บุญที่ผมทำให้ไปชดใช้บาปที่เคยทำมา

           ขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาที่ได้พามาอบรมที่วัดวะภูแก้ว  ณ ที่นี้

นายสุรพศ  แยบสูงเนิน
สาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ  ปี 1  หมู่ 3
เขียน ณ วันที่ 10 มีนาคม  2556

  

 

ไม่มีศาสนาแต่ก็มีปัญญา


           ผมเป็นคนไม่มีศาสนาและไม่เคยนับถืออะไรทั้งสิ้นนอกจากความถูกต้อง   ผมมาที่วัดวะภูแก้วเป็นครั้งที่ 2  แล้ว   ครั้งแรกมาตอน ป.4 แต่ครั้งนี้แตกต่างไปเพราะผมมาด้วยความเบื่อหน่าย   ผมเหนื่อยกับการเรียนถึง 1 ปีเต็ม  แต่ปิดเทอมกลับต้องยังมาเข้าค่ายอีก   ผมยอมรับว่าผมดูถูกศาสนาพุทธมาก  แต่ไม่ได้ดูถูกว่าไร้สาระหรือล้าหลังนะครับ   ผมดูถูกคนไทยทุกคนที่งมงายกับสิ่งนอกกายหลงใหลกับผีสางเทวดา  ขอหวยเข้าวัดหวังผลที่มันเกินจริง  ผมจะยกตัวอย่างความเชื่อที่ผมดูถูกให้ฟังละกัน


           1.ความเชื่อที่ว่า ชีวิตเรามีกรรมมากเกิดมาจน  เราไม่มีวันเจริญรุ่งเรือง แล้วก็โทษเวรกรรม  ไม่ยอมคิดทำมาหากินหรือหาวิธีทำให้ตัวเองดีขึ้น

          2.หาเลขเด็ดแปลก   ผมว่าถ้ารางวัลโนเบลมีสาขาที่เกี่ยวกับการทำนายต่างๆ  เขาน่าจะให้รางวัลทฤษฎีให้เจอหวยเรานะ   หาเก่งเหลือเกิน  มองอะไรเป็นเลขหมด


          นี่แค่นิดหน่อยนะครับ  มีมากกว่านี้เยอะ แต่เวลาไม่พอ  สรุปที่ผมได้มาวัดนี้ผมกลับไปก็ยังคงไม่มีศาสนาเหมือนเดิมนั่นละ   แต่ผมกลับดีใจที่ได้เจอที่ปฏิบัติแบบมีหลักที่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ผมนับถือ


นายอมรเทพ  ชาญสูงเนิน
คณะวิทยาการจัดการ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ 
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา
เขียน ณ วันที่ 10 มีนาคม  2556

  

 

ดีใจที่ได้อยู่ในร่มเงาของธรรมะ


           เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา  ดิฉันมาในนามของโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม  ดิฉันได้อะไรดีๆ กลับไปตั้งหลายอย่าง   จากเป็นคนที่ไม่เคยตั้งใจเรียน ก็เรียนดีขึ้น  ถึงเกรดในตอนนี้ก็ไม่ได้สวยอะไรมากมายแต่ดิฉันก็พอใจมาก   จากเป็นคนที่ไม่เคยได้ท็อปของห้องก็ได้   เมื่อเทอมที่ผ่านมาดิฉันภูมิใจมากที่ได้ที่ 1  ของหมู่    2    อยากจะบอกทุกคนว่าการทำสมาธิดีจริง ๆ   ทำให้ชีวิตเปลี่ยนเป็นคนละคนได้   จากที่ญาติพี่น้องฝากมาบอกกับแม่ว่าดิฉันเปลี่ยนไปมากนิสัยดี   ขยันอดทนขึ้น   ไม่เหมือนเมื่อก่อน  และตั้งแต่วันนั้น  ดิฉันได้สวดมนต์  นั่งสมาธิเป็นประจำก่อนนอน  วันละ 20-30  นาที


 

          ในตอนที่รู้ข่าวว่าจะได้มาวัดวะภูแก้ว  ฉันดีใจมากเพราะทำให้ดิฉันได้เข้ามาอยู่ในศีลธรรมอีกครั้ง   ถึงใครว่าไม่อยากมาแต่ในใจลึกๆ  ดิฉันบอกได้เลยว่า  ขอบคุณครูอาจารย์ที่ให้ดิฉันได้มาวัดวะภูแก้วอีกครั้ง

มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา  หมู่ 2
เขียน ณ วันที่ 10 มีนาคม  2556

คิดดีๆ ได้  ไม่เสียชาติเกิด

           ก่อนที่ข้าพเจ้าจะได้มาวัดวะภูแก้ว   ข้าพเจ้าบอกตรงๆ ได้เลยว่าข้าพเจ้ารู้สึกเฉยๆ   และมาเพราะมหาวิทยาลัยให้มา   ถ้าไม่มาจะไม่ผ่านกิจกรรม   แต่พอข้าพเจ้าได้มาประสบด้วยตนเองทำให้ข้าพเจ้าได้รู้เรื่องอะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิตที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า  การฝึกจิต  ทำสมาธินั้นมีแต่ความสุข  ความสงบ   ตอนแรกข้าพเจ้าได้นั่งสมาธิรู้สึก เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมด  ฟุ้งซ่านและใจร้อน  แต่พอข้าพเจ้าได้ลองทำดูแล้ว มันก็ทำได้นิ แล้วก็ดีด้วย  แล้วยังได้รู้เรื่องเวรกรรม บุญบาป  ซึ่งอาจจะไม่เห็นด้วยตาแต่ข้าพเจ้าสัมผัสได้ว่าน่าจะมีจริง


           ข้าพเจ้าได้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านๆ มา   ข้าพเจ้าชอบเอาแต่ใจใส่พ่อกับแม่ของข้าพเจ้า    พอมาอบรมแล้วทำให้ข้าพเจ้าสำนึกได้หลายๆ อย่าง   ถ้าตายไปก็จะไม่เสียดายชีวิต  เพราะที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดมาก็ 21 ปีแล้ว  ข้าพเจ้าไม่เคยคิดอะไรได้ดี ๆ แบบนี้มาก่อนเลยและข้าพเจ้าจะพยายามทำดีให้เหมือนที่คิดไว้ให้ได้  (ใครไม่ได้มาเสียชาติเกิด)


นายชลนันท์   สายนที
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา
เขียน ณ วันที่ 10 มีนาคม  2556

  


ได้ความรู้หลายอย่างที่วัดวะภูแก้ว

           จากการที่ดิฉันได้ตั้งใจว่าจะปฏิบัติอย่างจริงจัง  ดิฉันได้ความรู้หลายอย่าง  เช่น  การฟังนิทานธรรมะ  ฟังเรื่องการบวช  การสร้างพลังจิตเพื่อชีวิตที่สดใส  ศาสนพิธี  ตายแล้วฟื้น   กฎแห่งกรรม   พลังบุญบาปเป็นต้น   นอกจากนี้  ทางวัดวะภูแก้วมีหนังสือดีๆ มากมาย  เช่น  เด็กหญิงของเรา   ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ  นักเรียนที่ท้องแล้วไปทำแท้งจนเสียชีวิตไป  เป็นเรื่องเตือนใจให้วัยรุ่นที่ดีมาก   เรามาที่นี่   เราได้ความสามัคคี  ได้บุญจากการปฏิบัติธรรมโดยการ  เดินจงกรม  นั่งสมาธิ  เพื่อให้พลังจิตของเราแข็งแกร่ง  รู้สึกว่า  การทำสมาธิมันทรมานมาก  แต่ดิฉันก็ได้พยายามฝืนตัวเอง  เพื่อให้นั่งได้นานที่สุดจนจิตสงบ   ได้สวดมนต์เพื่อทำจิตใจให้สงบและสวดให้เทวดา  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในวัดวะภูแก้วได้ฟัง   ดิฉันรู้สึกดีมากที่มาทำบุญที่วัดวะภูแก้ว   การอบรมของครูที่ทำให้เข้าใจในพระพุทธศาสนามากขึ้น   และได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน    วัดวะภูแก้วเป็นวัดที่ทำให้เข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างดี  เพราะเมื่อก่อนดิฉันยังเข้าใจในพระพุทธศาสนาผิดๆ  และไม่ยอมปฏิบัติตาม   แต่ตอนนี้ทำให้ดิฉันอยากนำความรู้ คำสั่งสอนของครูเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป   และปฏิบัติฝึกฝนสมาธิเพื่อสร้างพลังจิตต่อไป
  


น.ส.จริยา   กลั่นจัตุรัส
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา  ชั้นปี   1  หมู่  2
เขียน ณ วันที่ 10 มีนาคม  2556

  


ถึงไม่ชอบ  แต่ฉันก็ทำได้


           ครั้งแรกที่ฉันรู้ว่าฉันต้องมาเข้าค่ายธรรมะ   ฉันรู้สึกว่าฉันไม่อยากมาเลยเพราะฉันไม่ชอบตื่นเช้า  ไม่ชอบนั่งสมาธิ  ไม่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับธรรมะเลย    ฉันไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ นานๆ   เพราะมันจะรู้สึกเหนื่อยและน่าเบื่อ   ตอนแรกฉันจะไม่มาด้วยซ้ำ  ก่อนมาฉันก็ไปเที่ยวผับ  บาร์    วันที่ฉันบอกอาของฉันว่าฉันจะไปเข้าค่ายที่วัดวะภูแก้ว   อาฉันดีใจมากที่ฉันจะมาวัดนี้  ทั้งๆ ที่ใจฉันไม่อยากมาเลย   แต่ฉันดูความรู้สึกของฉันเมื่อรู้ว่าฉันต้องมาเข้าค่าย   อาของฉันดีใจ   มันเลยทำให้ฉันอยากรู้ว่าวัดนี่มีดีอะไร  ทำไมอาถึงอยากให้มา   ทำไม  ใครๆ  ก็รู้จักวัดนี้แต่ฉันไม่รู้จัก   แต่พอได้มา ฉันรู้สึกว่าที่นี่บรรยากาศดีมาก   ฉันเคยไปทำสมาธิหลายที่ แต่จิตไม่เคยนิ่งเลย จะลืมตาตลอดเลย   แต่ที่นี่เป็นที่แรกที่ฉันทำสมาธิได้ จิตใจนิ่ง สงบ  ทั้งที่ฉันไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย


She  NRRU
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา  ชั้นปี   1  หมู่  3
เขียน ณ วันที่ 10 มีนาคม  2556

 

 

อยากทำแต่ความดี


           ครั้งแรกที่ข้าพเจ้ารู้ว่า   ต้องได้มาเข้าค่ายธรรมะ   ข้าพเจ้าไม่ค่อยพอใจนักเพราะความคิดในตอนนั้นคิดด้วยจิตใจที่ไม่สงบ   แต่พอข้าพเจ้าได้มาฟังบรรยายเรื่องบาปบุญ ทำให้ข้าพเจ้ามีความคิดว่าบาปบุญ น่าจะมีจริง เพราะสามารถพิสูจน์ได้ และทำให้ข้าพเจ้าเกรงกลัวต่อบาป  ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงบุญคุณของบิดามารดา   ตั้งแต่มารดาของข้าพเจ้าอุ้มท้องจนคลอดข้าพเจ้าออกมาและได้ให้ความรักความอบอุ่น   ท่านทั้งสองต้องทำงานอย่างยากลำบากเพื่อจะหาเงินมาเลี้ยงดูและให้การศึกษาส่งข้าพเจ้าเรียนจนตอนนี้ข้าพเจ้าอายุ 20 ปีแล้ว    ข้าพเจ้ารู้สึกสงสารบิดามารดา


           การทำสมาธิครั้งแรกที่นั่ง   ข้าพเจ้ารู้สึกทรมานมากจนจิตใจไม่มีความชอบ   แต่พอทำบ่อยครั้ง  ข้าพเจ้าก็ควบคุมสติได้พอสมควร   มีสมาธิมากขึ้น  ได้สวดมนต์  ภาวนา  ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มบุญ


           การฟังบรรยาย   ข้าพเจ้าค่อนข้างมีสมาธิในการฟังบรรยายพอสมควร  ข้าพเจ้าฟังแล้วก็ได้คิดตามในเรื่องราวต่างๆ  ว่ามีเหตุมีผล  ทำให้มีความเกรงกลัวต่อบาป   จนอยากจะทำแต่ความดีไม่กล้าที่จะผิดศีล  ทำให้รู้เรื่องราวของพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น  สิ่งที่ไม่เห็นใช่ว่าจะไม่มี  กฎแห่งกรรมเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้

 

น.ส.ปาริชาต   รอสูงเนิน
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา  ชั้นปี   1  หมู่  2
เขียน ณ วันที่ 10 มีนาคม  2556

  


รู้สึกดี


           วันแรกบอกได้เลยว่าเหนื่อย ล้า และน่าเบื่อมาก   ไม่อยากจะทำเพราะเราไม่มีสมาธิ   เราคิดแต่ว่าไม่ชอบ ไม่ทำ  พอมาวันที่ 2  เริ่มปรับตัวได้  สบายขึ้น  สวดมนต์อย่างตั้งใจและไม่เหนื่อย แต่เมื่อยนิดหน่อย  นั่งสมาธิก็นั่งได้นานขึ้น  ภูมิใจกับตนเองว่าเราสามารถทำได้  ถึงจะไม่ได้เป็นแชมป์  เราก็ดีใจที่เอาชนะตัวเองได้   ที่ข้าพเจ้ามาวัดวะภูแก้ว 2 คืน    3 วันนี้  ข้าพเจ้าได้รู้ถึงบาปบุญคุณโทษ   ความกตัญญูที่มีต่อพ่อแม่ผู้มีพระคุณ  การทำงานเหนื่อยของพ่อหลวงเรา   เข้าใจเรื่องสวรรค์  นรก  ทำดี  ทำชั่ว และที่สำคัญมาก  เรารู้จักอดทน  เอาชนะตนเอง  มีวินัยมากขึ้น เป็นคนทำอะไรกระฉับกระเฉงเพราะมีความตรงต่อเวลา   รู้คุณชาวนาว่าเหนื่อยแค่ไหน  ต้องรู้คุณข้าวว่าบางคนก็ไม่มีกิน   รู้จักความสามัคคีกัน  และสุดท้าย  เรานั่งสมาธิเดินจงกรมทุกวันทำให้มีจิตที่สงบมากขึ้น และมีสติมากขึ้น  ข้าพเจ้ารู้สึกดีกับวัดวะภูแก้ว  เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมที่ดีมาก  คณะครูที่บรรยายมีความเอาใจใส่มากและดีกับพวกเรามาก


น.ส.ณัฐวรรณ   ยงศักดิ์
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา 
สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ   ชั้นปี   1  หมู่  4
เขียน ณ วันที่ 10 มีนาคม  2556

 


 

Last Updated on Saturday, 18 May 2013 07:30
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner