Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์ นิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2555 (ตอนที่ 1)
ประสบการณ์ นิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2555 (ตอนที่ 1)
Wednesday, 21 November 2012 03:01

 

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  วัดวะภูแก้ว

 

พกพาความสุขสงบใจจากวัดกลับไปบ้าน

          เมื่อครั้งที่ฉันได้รับรู้ว่าจะต้องเข้าค่ายปฏิบัติธรรม ความรู้สึกแรกคือ กังวลว่าจะต้องน่าเบื่อ แต่เมื่อได้มาปฏิบัติธรรมจริงๆ จังๆ แล้วก็พบว่าไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด

  


         สถานที่ตั้งและสภาพแวดล้อมของวัดเล็กๆแห่งนี้ เต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่งดงาม อากาศบริสุทธิ์ และบรรยากาศสงบร่มเย็นอันหาได้ยากมากในเมืองใหญ่ที่ฉันจากมา ทว่าท่ามกลางทิวป่าทึบ กลับไร้วี่แววของแมลงร้ายที่รบกวนจิตใจ จำพวกยุงเหลือบริ้นไร มีแต่เพียงแมลงหวี่ที่ไม่มีพิษภัยเท่านั้น หรือจะเป็นเทพยดาแห่งป่าเขาจะช่วยปกปักรักษาเขตปฏิบัติธรรมอันบริสุทธิ์นี้ก็สุดรู้

  


          ขอสารภาพแต่โดยดีว่า ยามนั่งสมาธิครั้งแรก   ฉันได้แต่ฟุ้งซ่าน สัปหงก และกระวนกระวายอยากให้เวลาสมาธิสิ้นสุดเสียโดยไว จนล่วงเข้ายกที่ 3(ครั้งที่ 3) ฉันถึงเริ่มทำสมาธิได้บ้าง ฉับแอบลืมตามา 3 ครั้งภายใน 30 วินาที สำหรับฉันซึ่งแต่เดิมเป็นคนลุกลี้ลุกลนเหมือนลิงค่างแล้ว ฉันภูมิใจมาก จากนั้นมา ยามนั่งสมาธิครั้งต่อๆมา ฉันก็ตั้งใจเฝ้าดูลมหายใจของตนเอง พยายามมีสติรู้ตัวขณะบริกรรมในใจว่า “แน่วแน่” ตลอดทุกลมหายใจเข้าออก ถ้ามีภาพจินตนาการฟุ้งซ่านขึ้นมาในหัว ฉันจะจินตนาการภาพคนถือไม้เช็ดกระจก มาลบออกไปจนเหลือแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม ฉันถือว่าตนเองได้รับประสบการณ์ใหม่ที่ดีอีกอบ่างหนึ่ง

  


           วันนี้เป็นวันสุดท้ายของฉันสำหรับกาลนี้ ณ ที่วัดวะภูแก้วอันสงบงดงาม เมื่อตระหนักว่าจะต้องกลับไปเมืองใหญ่ไปเผชิญชีวิตเร่งรีบอีก ฉันจึงตั้งใจว่าจะต้องรักษาความสงบในใจไว้ด้วยการทำสมาธิก่อนนอนวันละ 10 นาที ขึ้นไปพร้อมกับสวดมนต์อย่างย่อด้วย

  


          บรรยากาศสงบร่มเย็นของวัดวะภูแก้ว ฉันนำติดตัวกลับไปด้วยไม่ได้ แต่จิตอันสงบสุข ปิติที่ได้รับจากการฝึกที่นี่ ฉันจะนำมันติดตัวไปตราบลมหายใจสุดท้าย


พรรษชล พงษ์กิจการุณ
สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 


 


 

พร้อมรับสถานการณ์


           จากการปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ ทำให้มีสติมากขึ้น จากที่ก่อนมาปฏิบัติธรรม จะเป็นคนที่ทำอะไรก็ทำเลย คิดอยากจะพูดอะไรก็พูดเลย หลายครั้งที่เกิดผลเสียจากการกระทำเหล่านี้ แต่เมื่อได้มาฝึกนั่งสมาธิในครั้งนี้ทำให้ ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้ใช้สมาธิและสติในการใช้ชีวิต ทั้งในเวลาเดิน เวลายืน เวลานั่ง หรือแม้กระทั่งก่อนนอน สิ่งที่ทำให้เกิดความประทับใจมากที่สุด คือ การได้ฟังเรื่องของ “กรรม” ผลของการกระทำที่ส่งผลถึงตัวเราและผู้อื่น สำหรับเรื่องกรรมนั้น เราได้รับฟังกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก แต่น่าแปลกที่เรายิ่งโตเรากลับยิ่งห่างเหินจากการเกรงกลัวผลแห่งกรรม กล้าที่จะทำผิดมากขึ้น ไม่กลัวบาป แต่การที่เราได้มาฟังบรรยายซึ่งเป็นเหมือนเครื่องเตือนสติเรา สำหรับตัวข้าพเจ้าในตอนนี้ แม้กระทั่งแมงเม่าตัวเล็ก มด หรือหอยทาก ข้าพเจ้ายังไม่กล้าจะเหยียบ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ข้าพเจ้าได้ช่วยเหลือสัตว์มากมาย เพราะคิดได้แล้วว่าก็เป็นหนึ่งชีวิตเหมือนกัน ตอนกลางคืนที่ได้ดูวีดีโอเกี่ยวกับการคลอดลูก ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกรักแม่มากยิ่งขึ้น และรับรู้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่จากแม่ จนอยากจะโทรศัพท์หาแม่ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

  


           ผลของการปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิ ข้าพเจ้าไม่สามารถตอบได้ว่าข้าพเจ้ามีสมาธิมากขึ้นหรือไม่ เพราะไม่รู้จะวัดตัวเองอย่างไร แต่สิ่งที่ได้คือความสงบของจิตใจ ที่ได้มาพักผ่อนกายและใจ หนีออกจากสังคมเมืองที่วุ่นวาย ได้ปล่อยวางจากเรื่องต่างๆ ทำให้ตอนนี้ข้าพเจ้ามีแรงกายแรงใจ พร้อมจะเผชิญกับปัญหาต่างๆที่รอข้าพเจ้าอยู่ในอนาคตแล้ว


นิสิต  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ

  

 


แจ่มแจ้งแล้ว


           ประสบการณ์ที่ได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดวะภูแก้วนั้น เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิต ถึงแม้การเข้าวัดกับวัยรุ่นจะดูขัดแย้งกัน เพราะในสายตาวัยรุ่นส่วนมากจะมองว่า เข้าวัดเป็นเรื่องน่าเบื่อ ตอนแรกดิฉันก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่พอได้เข้ามาในพื้นที่วัดวะภูแก้ว ความรู้สึกได้เปลี่ยนไป อาจจะเป็นเพราะ บรรยากาศที่เงียบสงบ และอากาศที่เย็นสบาย ทำให้ดิฉันรู้สึกแบบนั้น การมาปฏิบัติธรรมที่นี่ขาดไม่ได้เลย ดูจะเป็นเรื่องการทำสมาธิเจริญภาวนา ดิฉันไม่ชอบการทำสมาธิเป็นอย่างมาก เพราะก็ยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่าการทำสมาธิอย่างแจ่มแจ้ง ต้องนั่งไปเพื่ออะไร นั่งไปก็มองไม่เห็นอะไร เมื่อยอีกต่างหาก แต่พอดิฉันได้เข้ามาวัดนี้ ทำให้ดิฉันได้เข้าใจถึงการทำสมาธิมากขึ้น วันแรกในการทำสมาธิมีทั้งปวดขา ปวดหลัง ปวดไหล่ เต็มไปหมด ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องทน ทรมานตนเองทำไม เพื่อให้ได้อะไรนั่นหรือ พอวันที่สอง ดิฉันเริ่มชิน และหายปวดขาลดลง และเริ่มมีสติในการทำสมาธิมากขึ้น สมาธิเริ่มจดจ่อ มีการกำหนดลมหายใจเข้าออก เริ่มรู้ว่า การทำสมาธิที่แท้จริงเป็นอย่างไร จนวันสุดท้าย อาการปวดขาของดิฉันลดลง เหมือนตอนเรานั่งสมาธิ เราก็ไม่ได้คิดถึงสิ่งนั้น แต่ใจเราจดจ่ออยู่กับการกำหนดลมหายใจเข้าออก ทำให้ลืมไปเลยว่าขาของเรากำลังปวดอยู่ ดิฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มาที่วัดวะภูแก้วนี้ ถึงดิฉันจะไม่ได้นั่งสมาธิได้เก่งเหมือนเพื่อนๆคนอื่นๆ แต่นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการนั่งสมาธิของชีวิตดิฉันนั่นเอง ตอนนี้ดิฉันเข้าใจแล้วว่าการนั่งสมาธิมีผลดีต่อเราอย่างไร ขอบคุณมากๆที่ทำให้ดิฉันมีประสบการณ์ชีวิตที่ดีๆ แบบนี้

          

โศภิษฐ์ กรองใจ
          นิสิต  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

  

 

ได้กำลังใจให้อยากทำดี


           เป็นค่ายที่ปลูกฝังให้เยาวชนมีความละอาย เกรงกลัวต่อบาป รู้จักสะสมกรรมดี อีกทั้งยังฝึกความอดทนให้กับผู้มา ข้าพเจ้ายอมรับว่าในตอนแรกรู้สึกไม่อยากมาเท่าไหร่นัก กลัวง่วงและจะอดทนไม่ได้ แต่เมื่อได้มาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ข้าพเจ้าได้ฝึกความอดทนในเรื่องการนั่งสมาธิ ครั้งแรกที่นั่งรู้สึกปวดเมื่อยไม่อยากทนต่อ ครั้งที่สองก็ยังไม่มีสมาธิเช่นเดิม พอวันที่สอง วันนี้ข้าพเจ้าทำได้เพราะอยากเอาชนะใจตัวเอง พอเริ่มมีสมาธินั่งไปนานๆจะรู้สึกโล่งสบาย ความเมื่อยที่ปวดก็คลายลง จึงได้เรียนรู้ว่า หากเรามีความเพียร ไม่ย่อท้อต่อสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมประสบผลสำเร็จ ขอเพียงเรามีความตั้งใจ ที่สำคัญต้องขอบพระคุณ คุณครู และผู้บรรยายทุกท่านที่ให้ความรู้ใหม่ ในสิ่งที่เป็นกฎธรรมชาติอยู่แล้ว ให้เรารู้จัก มองเห็น ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตทุกขณะ และเรื่องเล่าต่างๆที่เพลิดเพลิน ซึ่งเป็นกำลังใจให้คนที่อยากทำความดีสะสมต่อๆไป รวมถึงคนที่อยากทำความชั่วให้น้อยลง หรือเลิกทำ ว่าทุกสิ่งต้องเริ่มต้นจากตัวเราเอง กลับไปข้าพเจ้าจะตั้งใจทำแต่สิ่งดี คิดดี และรักษาศีล 5 อันเป็นศีลธรรมพื้นฐานของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด


         พีรยา จิรัฐติพันธ์
      นิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

  

  


มีแต่ได้กับได้


           ความรู้สึกที่และประสบการณ์ที่ได้รับมาจากการมาปฏิบัติธรรมที่วัดวะภูแก้วแห่งนี้ นับจากที่ได้ทราบว่าจะต้องมาปฏิบัติธรรม รู้สึกไม่อยากมา คิดว่าน่าเบื่อ ไม่มีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจให้ได้ทำ แต่พอนั่งรถเข้ามาถึงบริเวณวัดแห่งนี้ รู้สึกได้เลยว่าเป็นวัดที่มีความร่มรื่น สงบ เหมาะที่จะปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง วันแรกที่มาถึงก็ครึ่งวันไปแล้ว ได้มีการฟังบรรยายเรื่อง พลังจิต ทำให้เข้าใจ และรู้ลึกรู้ซึ้ง ถึงการสร้างพลังจิต การพัฒนาจิต ฟังบรรยายเรื่องความเชื่อเรื่องตายแล้วไปไหน ทำให้ได้ความรู้ว่าเมื่อคนตายไป กายสูญไป แต่ที่ไม่สูญคือ จิตที่บันทึกกรรมและทางไปของจิต ก็ขึ้นอยู่กับจิตที่สะสมบันทึกเมื่อตอนมีชีวิตอยู่ ต่อมาฟังบรรยายทุกข์เพื่อสุขโดยใช้อิทธิบาท 4 ในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จ ต่อมาฟังบรรยายพลังบุญพลังบาป ทราบถึงการทำกรรมดี กรรมชั่ว หลักๆ 3 ข้อง่ายๆ สำหรับสร้างกรรมดีคือ ทาน ศีล ภาวนา สำหรับข้าพเจ้าคิดว่าการมา 3 วันครั้งนี้ ถือว่าสั้นจริง เพราะแต่ละวันทำให้เรามีสติ มีความคิด มีกิจกรรมทำให้จิตสงบทั้งการสวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม พิจารณาศีล และแถมไม่ลำบากไม่กันดาร มีทั้งอาหาร ที่พักที่สะดวกสบาย มาครั้งนี้ถือว่าได้บุญ ได้เห็นหลายสิ่ง ปลูกฝังแง่คิดหลายเรื่อง ทั้งความรักจากพ่อแม่ การตอบแทนบุญ ไปถึงการทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง จากการดูวีดีทัศน์ และข้าพเจ้าเชื่อว่าการมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้ทำให้หลายคนเปลี่ยนแปลงตนเอง เปลี่ยนความคิดให้มีความนิ่งมีสติ และสงบ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

  

น.ส. วนิดา ดอกบัว
สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

  

  


ต้องรีบทดแทนคุณพ่อแม่


           การมาค่ายปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้ามีสติและสมาธิมากขึ้น ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักรู้ถึงเรื่องต่างๆในการดำรงชีวิตของตนเองที่ผ่านมามากขึ้นว่าใช้ชีวิตอย่างประมาทมากเพียงไร จึงมีความคิดและความตั่งใจที่จะทำดีและพยายามทำอะไรก็ตามให้มีสมาธิมากขึ้น เพราะการมาค่ายครั้งนี้ทำให้ความรู้ต่างๆเกี่ยวกับธรรมชาติที่เป็นจริงไว้มากมาย และสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องของการทำความดีให้กับผู้เข้าอบรมนอกจากนี้ ยังทำให้ข้าพเจ้าตั่งคำถามกับตัวเองว่าทุกวันนี้เราได้ทำอะไรเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่บ้างแล้วหรือยัง แล้วเหลือเวลาอีกมากแค่ไหนที่จะทำให้ท่าน จึงตั่งใจว่าต่อไปนี้จะทำอะไรก็ตามจะนึกถึงพ่อแม่และคำสอนที่ได้มาจากค่ายนี้ และทำความดีทดแทนพระคุณท่านถึงแม้ว่าจะไม่เท่ากับที่ท่านให้เราแต่ก็จะทำให้สุดความสามารถ

น.ส. วิลันดา สากองแก้ว
สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 


 

Last Updated on Wednesday, 21 November 2012 03:53
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner