Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย เชิญชม วิดีโอ หูตั้ง สุนัขระลึกชาติ โดย คุณมาลี สร้อยพิสุทธิ์
เชิญชม วิดีโอ หูตั้ง สุนัขระลึกชาติ โดย คุณมาลี สร้อยพิสุทธิ์
Saturday, 17 November 2012 02:13

 

 

หูตั้ง  หมาระลึกชาติ

โดย

คุณมาลี สร้อยพิสุทธิ์


 



 

         จากหนังสือเล่มเดียวกันของเลี่ยงเซียงจงเจริญ  ผู้เขียนอ่านพบหมาระลึกชาติ  แต่มันเป็นหมาไทย  ไม่ใช้ไอ้ฟลุ้ค หมาฝรั่งระลึกชาติจากภาพยนตร์

 

         ไอ้หูตั้ง สุนัขไทยตัวนี้  ชาติที่ผ่านมาเป็นพลเรือตรี  เจ้ากรมทหารเรือ   ในสมัยหนึ่ง  เรื่องเป็นอย่างไรโปรดติดตามอ่าน

 

        คุณทองทิว สุวรรณทัต ได้นำเรื่องนี้มาเผยแพร่เป็นคนแรก

 

        สุนัขตัวนี้เป็นสุนัขพันธุ์ไทย  รูปร่างลักษณะสง่างาม  หน้าตาได้สัดส่วน  ขนเกรียน  สีขาวนวลทั่วร่างตลอดถึงเท้า  แต่หน้าดำมอมตั้งแต่ใต้ตาถึงปลายจมูก  หูทั้งสองตั้งตรง  เจ้าของจึงตั้งชื่อว่า "หูตั้ง"  

      

        เดิมหูตั้งเป็นลูกสุนัขอยู่ร้านขายกาแฟ ซอยวัดเพลงวิปัสสนา ท่าพระ ธนบุรี   คุณมาลี สร้อยพิสุทธิ์  ไปพบหูตั้งเมื่อมันมีอายุเพียง 4-5 เดือน  กำลังเข้าสู่วัยรุ่น   เจ้าของร้านกาแฟเห็นมันดุ  โตขึ้นอาจกัดคน   การเลี้ยงสุนัขดุอาจเป็นอุปสรรคต่อการค้าขาย   เมื่อเห็นคุณมาลีสนใจอยากได้จึงยกให้   คุณมาลีได้หูตั้งมาเลี้ยงก็ดีใจมาก      

        หูตั้งเหมือนสัตว์ 2 ชีพในร่างเดียวกันคือ   เมื่ออยู่ร้านกาแฟไม่มีใครสนใจมากนัก จึงปล่อยเขาเจริญเติบโตตามสภาพสุนัขทั่ว ๆ ไป   เมื่อเล็ก ๆ  ไม่ชอบเห่า  พอเป็นวัยรุ่นขึ้นแล้วทั้งเห่าทั้งกัด  นี่คือตอนอยู่ร้านกาแฟ

 

        ต่อเมื่อไปอยู่กับคุณมาลี  หูตั้งได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี มีความอบอุ่น   จึงแสดงแววอัจฉริยะออกมา  มีความสนใจต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ  ผิดกับสุนัขทั่ว ๆ ไป คุณสุมาลีสังเกตพบว่าหูตั้งชอบสบตาคน ซึ่งผิดจากสุนัขทั่วไปที่ไม่ชอบสบตาคน  หูตั้งสนใจฟังคำพูดของคนบางโอกาส  ทำทีเหมือนอยากพูดด้วย  แต่พูดไม่ได้

 

        คุณมาลีมีวิธีให้หูตั้งตอบคำถามได้ โดยให้เขาใช้เท้าหน้าข้างขวาสื่อความหมาย โดยเธอตั้งคำถามง่าย ๆ ว่าใช่หรือไม่ใช่   เมื่อได้ทบทวนซ้ำ ๆ และมากเรื่องมากคำถาม คำตอบ ก็ประมวลเรื่องราวถึงการเล่าเรื่องราวชาติที่เป็นมนุษย์ได้   จึงค้นพบว่าเขาเคยเกิดเป็นคนมาแล้ว   และเป็นคนระดับสูงด้วย  ฟังภาษาไทยรู้เรื่อง  เขาจึงเป็นมนุษย์ในร่างสุนัข

 

        ต่อไปจะเล่าขั้นตอนถึงเรื่องราวสำคัญ ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นใครมาก่อนตามลำดับ

 

        ชอบนอนมุ้งประทุน   ไม่ชอบนอนตากยุง  ถ้าใช้มุ้งประทุนครอบให้นอนจะพอใจมาก  ไม่ดิ้นรนตะกุยตะกายแต่อย่างใด  หน้าหนาวห่มผ้าอุ่นก็รู้จักระมัดระวังไม่ให้ผ้าห่มหลุดจากร่างจนกระทั่งตื่นเช้า

 

        สนใจกินยาอย่างคน เช่นยาธาตุ  เมื่อท้องเสียจะกินยาธาตุ จนกระทั่งช่วงท้ายของชีวิต ก่อนตายก็รู้จักขอกินยาธาตุเอง  คือแสดงท่าทางเหมือนหิวข้าว   เมื่อหาข้าวให้กินกลับเดินนำไปที่ตู้ยา  ครั้งแรกคุณมาลีก็งง  จึงถามว่าจะกินยาหรือ  หูตั้งก็กระดิกหาง  แสดงว่าใช่    เมื่อหยิบขวดยาธาตุมาให้ดู ถามว่าจะกินยานี้หรือ  หูตั้งก็เดินมาที่เก็บช้อน  จึงเข้าใจได้ว่าจะกินยานี้ก่อนอาหาร   เมื่อกินยาธาตุแล้วจึงเดินไปกินข้าว

 

 

        ถึงแม้จะกินอยู่หลับนอนสุขสบายเหมือนคน  แต่หูตั้งก็ยังทำหน้าของสุนัข  คือรักษาทรัพย์ให้ปลอดจากขโมย  หูตั้งมีประสาทหูที่ไวมาก  และแม่นยำ  รู้จักแยกเสียงคนในบ้านหรือเสียงขโมย   ถ้าขโมยเข้าเขตบ้านหูตั้งจะเห่าเสียงดังจนขโมยต้องรีบหนีไป   เวลาใกล้รุ่งมีคนในบ้านตื่นลุกขึ้นบ้างแล้ว หูตั้งจะนอนหลับสนิทเลย   

 

 

หูตั้งแสดงให้รู้ว่าเคยเป็นทหารเรือ

        วันหนึ่ง ขากลับจากพาไปหาหมอ  ก็พาขึ้นรถสองแถว  หูตั้งยืนตรงหน้าคุณมาลี  ผู้โดยสารพากันทยอยขึ้น  จนมีทหารเรือยศพันจ่าเอกขึ้นมานั่งตรงข้าม เยื้องไปข้างหลัง  คุณมาลีพบว่า หูตั้งมองทหารเรือคนนั้นด้วยความสนใจยิ่ง  ตั้งแต่เท้าจนถึงศีรษะ  มองขึ้น ๆ ลง ๆ  เช่นนี้หลายเที่ยว  จนทหารคนนั้นรู้สึกตัวว่าถูกสุนัขสนใจมองตัวเอง   จึงขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง และทำท่าสงสัยว่าทำไมหมาตัวนี้จึงมองเขาเขม้งเช่นนั้น  จะว่าทำท่าเป็นศัตรูก็ไม่เชิง   คุณมาลีรู้สึกเกรงใจทหารผู้นั้น จึงจับหูตั้งให้หันไปทางหน้ารถ   แต่เผลอหน่อยเดียวหูตั้งก็หันไปจ้องเขาอีก   จับหันหน้าไปอีกทางได้สักพักเขาก็หันไปมองทหารคนนั้นอีก  จนลงจากรถ

 

        เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว จึงเอ่ยถามหูตั้งว่า "ตัวไปมองดูทหารเรือคนนั้นทำไม  ชาติก่อนเราเคยเกิดเป็นทหารเรือหรือ"   หูตั้งยกเท้าหน้าขวาให้คุณมาลีทันที   "อ๋อ..เราเคยเป็นทหารเรือ"  คุณมาลีพูดอย่างไม่จริงจังนัก  คิดว่าหูตั้งอาจนึกสนุกอะไรขึ้นมาก็ได้  จึงถามอีกว่า "ชาติก่อนเป็นทหารเรอะ  เป็นทหารบกใช่มั้ย"   หูตั้งนิ่งเฉย ทำไม่รู้ไม่ซี้   "ทหารอากาศหรือเปล่า"  หูตั้งเฉยอีก   ย้อนถาม "เป็นทหารเรือหรือ"  หูตั้งก็ยกมือขวาให้ทันที

 

        คุณมาลีถามย้อนกลับไปกลับมา ก็ได้รับคำตอบแบบเดิม  ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่สับสน  คือหูตั้งจะยกมือขวาให้ต่อเมื่อถามว่า "เป็นทหารเรือใช่มั้ย? "   จึงสรุปได้ว่า หูตั้งเคยเป็นทหารเรือในอดีตชาติ   คุณมาลีก็ทดสอบต่อไปอีกว่า เมื่อเป็นทหารเรือ มียศระดับไหน   หรือจะมียศจ่าเอกอย่างที่เขาจ้องมอง

 

        คราวนี้คุณมาลีกับลูกสาวช่วยกันสอบถามกลับไปกลับมา   "เราเป็นทหารเรือน่ะรู้แล้ว  แต่อยากรู้ว่ามียศระดับไหน   เป็นกะลาสีหรือ"   คุณมาลีลูบหัวหูตั้งเบา ๆ  พลางหันไปสบตาลูกสาว   หูตั้งนิ่งเฉย   "อ้าว..เป็นจ่าตรีใช่มั้ย ?"  หูตั้งนิ่งเฉย    คุณมลีก็ถามสูงขึ้นไปตามลำดับ  จนถึงนาวาเอก  หูตั้งก็นั่งนิ่งเฉย   คุณมาลีจึงเย้าว่า  "สงสัยจะเป็นนายพลละมั้ง"   ได้ผลทีนี้  หูตั้งยกมือขวาชูร่อนให้คุณมาลีจับ   "โอ้โฮ  นี่เราเป็นถึงนายพลเชียวรึ"  คุณมาลีพูดเสียงดังด้วยความประหลาดใจและตื่นเต้น  หูตั้งทำหูหรี่ ส่งมือขวาให้อีก

 

 

        "นายพลอะไร   พลเรือตรีใช่มั้ย ?"  หูตั้งส่งมือให้ทันที    คุณมาลีทราบคำตอบแล้ว  แต่ก็แกล้งถามต่ออีก  "พลเรือโทใช่มั้ย ? "  หูตั้งนั่งนิ่งเฉย   "พลเรือเอกใช่มั้ย ? "  หูตั้งก็นั่งนิ่งเฉยอีก   เมื่อกลับมาถามว่า "พลเรือตรีใช่มั้ย ?"  หูตั้งก็ส่วมือขวาให้รับอีก 

 

        ถึงแม้จะได้คำตอบแล้ว  แค่คุณมาลีก็ยังสอบทบทวนอีก ตั้งแต่กะลาสีเรือ  จ่าตรี ขึ้นไปเรื่อย ๆ  ก็ได้ผลเดียวกัน   หูตั้งยกมือให้เมื่อถามระดับ พลเรือตรี?   จึงได้ข้อสรุปชัดเจนว่าหูตั้งเคยเป็นทหารเรือยศพลตรีในอดีตชาติ?..

  


    คราวหนึ่งคุณมาลีพาครอบครัวไปเที่ยวชายทะเล  ก็พาหูตั้งไปด้วย   หูตั้งวิ่งเล่นสนุกสนานกับคลื่นกระทบฝั่ง  วิ่งไปวิ่งมาอย่างมีความสุข   วันต่อมาหูตั้งนั่งที่หาดทราย มองทอดสายตาออกไปในทะเลอันกว้างใหญ่  นั่งมองอยู่อย่างนั้นแหละเป็นชั่วโมง  ซึ่งทะเลที่คุณมาลีพาไปนั้นอยู่ใกล้กับฐานทัพเรือสัตหีบ   แต่เคยพาไปทะเลทีอื่นหูตั้งจะเฉย ๆ   คุณมาลีจึงถามว่า  "เคยไปรบในสงครามอินโดจีนหรือเปล่า"  หูตั้งรีบยกมือให้ 

 

       "รบกับเรือลามอทปิเก้ต์นะหรือ" หูตั้งรีบยกมือให้  (ลามอทปิเก้ต์คือเรือรบฝรั่งเศส รบกับเรือไทยที่เกาะช้าง  คราวสงครามอินโดจีน

 

        คุณมาลีถามอีกว่า "รู้จักคุณหลวงพร้อมวีรพันธ์ไหม ? "  หูตั้งรีบยกมือให้โดยเร็ว

 

        (หลวงพร้อมวีรพันธ์คือวีรบุรุษการรบที่เกาะช้าง)

 

        วันดีคืนดีคุณมาลีก็นึกสนุก ๆ  ก็จะถามว่า ? ตั้งจ๊ะ  รู้จักคุณสงัด ชะลออยู่มั้ย  คุณสงัด ชะลออยู่ นะ ? ย้ำคำถามชัด ๆ  หูตั้งเอียงคอจ้องมองหน้าแล้วรีบยกมือให้โดยเร็ว

 

        "เป็นอะไรกัน  เป็นผู้บังคับบัญชาเหรอ ?"  หูตั้งมองหน้าเฉย ๆ  จึงถามล้อ ๆ ว่า "เป็นลูกน้องเราเหรอ ?"  หูตั้งเฉยอีก   "งั้นก็เป็นเพื่อนนะสิ "  หูตั้งรีบยกมือให้ทันที  แล้วก็ลุกเดินห่างออกไป    การสอบตอนเป็นทหารเรือในวันนั้นทำหลายครั้งหลายครา

      

        คราวหนึ่งถามทดสอบถึงตำแหน่งตอนเป็นพลเรือตรี   สองคนแม่ลูกช่วยกันถาม  คุณมาลีถามว่า "เออ...ตั้ง   ชาติก่อนที่เป็นพลเรือตรีนะ เคยเป็นเจ้ากรมบ้างไหม ?"  หูตั้งฟังคำถามด้วยความเอาใจใส่   พอถามจบก็รีบยกมือให้ทันที   คุณมาลีต้องกรทราบว่าเป็นกรมอะไร จึงยกมาถามทีละกรม

 

        "อ้อ..เคยเป็นถึงเจ้ากรมเชียวนะ  แล้วเป็นเจ้ากรมอะไร   กรมขนส่งใช่มั้ย ?"  หูตั้งเฉย   "งั้นเจ้ากรมข่าว"  หูตั้งเฉยอีก   "งั้นเจ้ากรมอู่ทหารเรือ"  หูตั้งเฉยอีก  "กรมสวัสดิการหรือ ?"  หูตั้งก็เฉยอีก   คุณวนิดาผู้เป็นลูกสาวเปิดหนังสือดูชื่อกรมต่าง ๆ  แล้วเอ่ยขึ้น ?กรมอู่ทหารเรือคงไม่ใช่  เพาะเจ้ากรมเป็นพลเรือโท?  หูตั้งนั่งฟังคำถาม  คุณวินิดาจึงถามอีกว่า  "งั้นก็เจ้ากรมพลาธิกานะสิ "  หูตั้งรีบยกมือให้โดยเร็ว แสดงท่าทางดีใจมาก

      

 

          ชอบให้เรียกผู้การ    นายทหารเรือยศสูงเขาเรียกกันว่าผู้การ   เมื่อเรียกหูตั้งว่าผู้การ  หูตั้งจะแสดงความดีใจอย่างออกหน้า จะรีบเดินมาหาทันที   เรียกครูก็ชอบ  เพราะทหารเรือมักเรียกผู้อาวุโสว่าครู  แบบสนิทสนมเป็นกันเองดียิ่ง  เมื่อเรียกว่าครู  หูตั้งก็จะรีบเดินมาหา   และอีกคำที่ชอบมากคือคำว่า "คุณพี่"   เพราะภรรยาของของนายทหารสมัยก่อนมักเรียกสามีว่า "คุณพี่"   เมื่อคุณมาลีแกล้งเรียกลอย ๆ ว่า คุณพี่  หูตั้งก็แสดงอาการดีใจ จะรีบเดินมาหา ทำตาแหววหวานขึ้นมาทีเดียว  จนเป็นที่ขบขันกัน

 

 

          หูตั้งชอบนั่งดูภาพหนังสือพิมพ์ในบ้านเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะพระบรมฉายาลักษณ์ จะนั่งจ้องมองอยู่นาน ๆ โดยไม่ขยับเขยื้อน   คุณมาลีเปิดให้ดูหน้าใน ซึ่งมีพระบรมรูปในอิริยาบทต่าง ๆ  หูตั้งจะสนใจดูทุกภาพ    เข้าใจว่า เมื่อหูตั้งเป็นทหารผู้ใหญ่ คงมีโอกาสไดเข้าเฝ้าใกล้ชิดพระยุคลบาทหลายครั้ง  มีความซาบซึ้ง จงรักภักดีอยู่มาก

 

          หูตั้งชอบธนบัตร   เมื่อยังวัยรุ่นอายุขวบกว่า ๆ   เห็นพ่อบ้านของคุณมาลีนำธนบัตรใบละร้อยรุ่นเก่าซ่งมีแดงจัดออกมา  หูตั้งเดินรี่เข้ามาคาบธนบัตรดึงไปจากมือ  พ่อบ้านก็ไม่ดุ ไม่แย่งกลับ  แต่นั่งดูว่าเขาจะเอาไปทำไม   ปรากฏเขาคาบไปวางไว้บนพื้นแล้วลงนอนใกล้ มองดูธนบัตรอยู่เป็นเวลานาน  คนในบ้านจึงพูดสันนิษฐานกันว่า สมัยเป็นคนคงมีแบ๊งค์ร้อยมาก   พอเห็นอีกก็นึกรักอย่าได้  แต่ก็เป็นอยู่ครั้งเดียว  คงนึกขึ้นได้ว่า ถึงแม้จะเป็นของตัวก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม  ดังนั้นต่อมาก็ไม่สนใจกับธนบัตรอีกเลย

 

          หูตั้งชอบดูเล่นไพ่   เมื่ออายุประมาณ 2 ปี  วันหนึ่งพวกลูก ๆ ของคุณมาลีก็นึกสนุก ๆ  หาไพ่มานั่งเล่นกัน  เมื่อหูตั้งเห็นก็เข้าไปนั่งเคียงข้างลูกชายคุณมาลี  ชะเง้อมองไพ่ในมือด้วยความสนใจ  ดูไพ่ที่ทิ้งลง  ที่เก็บขึ้น  ก็นั่งจ้องดูเหมือนรู้และเข้าใจที่พวกเขาเล่นกัน   แต่สนใจดูเพียงครั้งเดียว   มาคราวหลังเมื่อพวกเขาเล่นกันหูตั้งก็ไม่สนใจดูอีก

 

          ชอบดนตรีบางอย่าง   บุตรชายคุณมาลีหัดสีซอ พอสีเป็นเพลงแล้วหูตั้งจะตามไปนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ   สักครู่ก็นอนฟังจนหลับไป    เวลาเข้านอนหูตั้งจะมองวิทยุ  เมื่อมีคนเปิดเพลงให้ฟังเขาจะกระดิกหางชอบใจ  แล้วจึงลงนอน   แต่ดนตรีประเภทตีเช่นฉิ่ง ขิม หูตั้งไม่ชอบ   คุณมาลีซ้อมตีขิม หูตั้งจะแสดงอาการไม่พอใจ  บางครั้งก็เอาเท้ามาเหยียบบนเส้นลวด  โดยเฉพาะเสียงฉิ่งนี่เกลียดมาก  พอได้ยินเสียงใครตีฉิ่งจะรีบวิ่งหนี

 

 

          การซักถามตอนสำคัญ ๆ นั้น คุณมาลีถือเป็นกรณีพิเศษ  สอบถามอย่างจริงจัง  ถามซ้ำ ๆ อย่างอุตสาหพยายาม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ  ซึ่งคุณมาลีได้พูดว่า

 

 

          "การซักถามในเรื่องทหารเรือนั้นเป็นไปโดยซ้ำ ๆ ซาก ๆ  แต่ก็ได้คำตอบที่เหมือนกันทุกครั้ง  ไม่มีเปลี่ยนแปลงผิดเพี้ยนเป็นอย่างอื่นเลย    ช่วงที่สนใจไต่ถามเรื่องทหารเรือนั้น หูตั้งมีอายุ 7 ปีเศษ   และเนื่องจากเลี้ยงไว้แต่ในบ้าน  ไม่ได้ออกไปคลุกคลีกับหมาอื่น ๆ นั่นเอง ทำให้หูตั้งมีเวลาอยู่กับคน  ฟังภาษาคน  เห็นความเป็นไปของชีวิตคนตลอดหลายปี จึงน่าจะไปกระตุ้นความทรงจำในอดีตชาติก่อนให้ฟื้นกลับคืนมา   แต่ถ้าเลี้ยงให้ปะปนอยู่กับเพื่อนหมา  อาจทำให้ความจำนั้นถูกลบเลือนไปหมดก็ได้"

 

      การสอบถามถึงความเป็นไปของนายผู้ทหารระดับผู้การนั้นคุณมาลีสามารถทดสอบลึกจนทราบชื่อเสียงเรียงนามของนายทหารผู้ใหญ่ท่านนั้นด้วย   แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นการกระทบกระเทือนถึงเกียรติยศชื่อเสียง  ของท่านผู้นั้นและจนถึงตระกูลวงศ์ลูกหลานเผ่าพันธุ์

 

          เมื่อคุณมาลีสร้างบ้านเสร็จใหม่ ๆ  ก่อนย้ายไปอยู่ได้พากันไปตรวจดูความเรียบร้อย  หูตั้งก็ไปด้วย  หูตั้งได้แสดงความสนใจและตรวจตรามองดูทุกห้อง  รวมถึงเพดาน และห้องน้ำ  มองอย่างพินิจพิเคราะห์คล้ายคน    หูตั้งได้ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่  อยู่ได้เพียง 2 ปีก็หมดอายุ   ก่อนสิ้นใจเฮือกสุดท้าย คุณมาลีได้เมตตาบอกหนทางเดินให้โดยจับใบหูพูดกรอกลงไปค่อนข้างดังว่า  "พุทโธ ๆ ๆ  นะตั้ง"   หูตั้งหายใจแรงอีกครั้งก็แน่นิ่งไป  เมื่อวันที่  17  มกราคม  2526

 

 

          เมื่อหูตั้งเสียชีวิตแล้วก็ยังเป็นโอปปาติกะอยู่ในบ้านนั้น  ทราบจากประสบการณ์ของคนในรอบครัว 3 คนคือ

  

1. ประสบการณ์ของคุณมาลี  สร้อยพิสุทธิ์

        คือหลังจากหูตั้งเสียชีวิตไปแล้วได้ 1 เดือน  วันพระวันหนึ่ง  คุณมาลีแต่งชุดขาวเตรียมตัวไปปฏิบัติธรรมที่วัดเบญจมบพิตร  เมื่อก้าวจากรั้วบ้าน พอดีมีสุนัขที่เคยให้อาหารแถวนั้น 2-3 ตัว วิ่งมาล้อมขอกิน  ตัวหนึ่งดีใจกระโจนจะถูกตัว   ด้วยกลัวจะเปื้อน จึงเรียก "ตั้งเอ๊ย  จัดการทีเถอะ  ดูสิผ้าจะเปื้อนหมดแล้ว"  ทันใดนั้นสุนัขตัวนั้นก็ยืนนิ่งกับที่ไม่ขยับเคลื่อนกายเลย เหมือนถูกสะกด  คุณมาลีเดินจะไปขึ้นรถ 2 แถวปากทาง ห่างจากที่เดิมประมาณ 20 เมตร หันไปมอง ยังเห็นเจ้าตัวนั้นยืนนิ่งเหมือนหิน

 

        อีกครั้งหนึ่ง  สุนัขหน้าบ้านมีแผล เคยใส่ยาให้  คุณมาลีพบอีกก็เรียกให้เข้ามาหาเพื่อใส่ยา  เจ้าตัวนั้นคงเข็ดแสบยาหรือไงไม่แน่  กำลังเดินหันหลังหนีห่างออกไป  คุณมาลีจึงพูดว่า  "ตั้งเอ๊ย...จับมันมาทีเถอะจะได้รีบใส่ยาให้เสร็จ ๆ  เสียเวลาจริง ๆ "  พอพูดขาดคำ เจ้าตัวนั้นก็หันหน้าวิ่งถูลู่ถูกังเข้ามาหาเหมือนมีใครฉุดดึง  และมาซบอยู่ข้างหน้า ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยที่เจ้าตัวนี้จะกระทำเช่นนี้

 

        อีกครั้งหนึ่ง   วันนั้นตากข้าวสารไว้บนโต๊ะกลางแจ้ง  เผลอหน่อยเดียวก็มีนกกระจอก 5-6 ตัว ลงมารุมจิกข้าวจนกระจุยกระจาย  จึงร้องหาหูตั้งว่า  "ตั้งเอ๊ย  ไล่นกไปทีเถอะ มันมาจิกข้าวกันใหญ่แล้ว"   อึดใจต่อมานกก็พากันแตกตื่นบินขึ้นไปจับบนที่สูงเหมือนมีอะไรมาไล่ ไม่ลงมารบกวนอีกเลย

 

 

2. ประสบการณ์ของคุณวนิดา สร้อยพิสุทธิ์ ลูกสาว

          เมื่อหูตั้งเสียชีวิตแล้วเกิดเป็นโอปปาติกะ  มีรูปร่างเหมือนเดิม แต่สีผิวผิดไปเล็กน้อย คือกลายเป็นสุนัขสีขาวทั้งตัว  ปากมอมก็หายไป  ดำเฉพาะปลายจมูกเท่านั้น   คุณวนิดาเล่าว่า หลังจากหูตั้งเสียไปแล้วไม่นาน  คุณวนิดานอนเล่นในห้อง รอดูละครเรื่อง  "สาวใช้คนใหม่"  กำลังเคลิ้ม ๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น  ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าสุนัขเดินเข้ามา ก็รู้ว่าเป็นเสียงของหูตั้ง  เดินเข้ามาจนถึงประตูห้องที่แง้มอยู่  ต่อมาก็รู้สึกมีสุนัขขนขาว หางฟู มานอนเอกเขนกอยู่ใกล้ ๆ  หันหน้ามามองสบตา  หน้าแจ่มใสบอกถึงความยินดีที่ได้พบกัน   คุณวนิดาจึงเอื้อมมือไปแตะที่เท้า  มั่นใจว่าเป็นหูตั้งที่เธอคิดถึงตลอดเวลา  ร่างของหูตั้งมีแสงสว่างล้อมรอบตัวอีกด้วย

 

 

3.  สาวใช้ในบ้านเห็นประตูเปิด/ปิดเอง

          สาวใช้ไม่ได้เห็นโอปปาติกะ  แต่พบความผิดปกติบางอย่างของสถานที่ กล่าวคือ ห้องที่หูตั้งเคยนอนเป็นประจำสมัยมีชีวิตอยู่นั้นปิดสนิท  ล็อคกุญแจตลอด  แต่วันหนึ่ง สาวใช้อยู่ในบ้านคนเดียวเวลากลางวัน พบว่าประตูห้องของหูตั้งเปิดออกโดยไม่มีใครไปไขกุญแจ   สาวใช้รู้สึกกลัว ไม่กล้าจ้องมองเข้าไปในห้องนั้น  เกรงจะเห้นสิ่งที่ไม่อยากเห็น  จึงรีบออกไปอยู่นอกตัวเรือนพักใหญ่  จึงย้อนกลับเข้าไปดูอีก  ก็พบว่าประตูที่เห็นเปิดอยู่นั้นปิดสนิท ลั่นกุญแจอย่างเดิม

 

          อ่านจบแล้ว  ท่านกลัวมั้ยครับว่าตายแล้วจะไปเกิดเป็นหมู หมา กา ไก่ วัว ควาย ช้าง ม้า  แต่ก็ยังดีกว่าไปเกิดเป็นสัตว์นรกนะครับ

  



Last Updated on Sunday, 18 November 2012 10:46
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner