Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 4 - 8 มกราคม 2556
ประสบการณ์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 4 - 8 มกราคม 2556
Saturday, 19 January 2013 01:08

 

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  วัดวะภูแก้ว

 


ดีอยู่แล้วก็ดียิ่งขึ้น


           เมื่อดิฉันรู้ว่าจะได้มาเข้าค่ายอบรมพัฒนาจิตที่วัดวะภูแก้ว  ดิฉันรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้ดีใจอยากจะมาหรือเกิดอาการว่าไม่อยากมา  ครูบอกว่าถ้ามาปฏิบัติแล้วจะทำให้เรียนดีขึ้น    สมาธิดีขึ้น   ดิฉันได้แต่คิดในใจว่า  เรียนก็เรียนดีอยู่แล้ว  สมาธิ  สติก็ดีอยู่   ทำอะไรเราก็เป็นคนมีสมาธิดีอยู่แล้ว  ดิฉันไม่ได้เป็นคนหยิ่งทะนงตัว    ดิฉันจึงฟังครูและคิดว่าเราไม่เคยได้ไปปฏิบัติแบบนี้จึงตัดสินใจมาประกอบกับครูบังคับด้วย   เมื่อมาถึงวันแรกรู้สึกบรรยากาศที่วัดวะภูแก้วนี้ดี  ไม่เหมือนวัดหลายๆ แห่งที่ดิฉันเคยไปทำบุญ   ที่นี่จะเงียบสงบมากกว่าวัดทุกที่ที่เคยไปเลยก็ว่าได้    เมื่อได้รับฟังคำบรรยายจากวิทยากรหลายท่าน  พร้อมกับได้รับฟังประสบการณ์จริงจากตัวอย่างของบุคคลที่ท่านวิทยากรได้มาเล่าให้ฟัง    ทำให้รู้ว่าพระพุทธศาสนาของเรามีอะไรที่น่าค้นหา  ตื่นเต้นอัศจรรย์ใจ  ที่สำคัญมีเหตุผลเป็นวิทยาศาสตร์  ไม่งมงาย  ได้รู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราอยู่บนหลักของเหตุผล  ไม่ใช่อยู่บนพื้นฐานของความเชื่อ   การมาอบรมครั้งนี้ทำให้เข้าใจในพระพุทธศาสนามากขึ้น    แต่ก่อนมีบางอย่างที่เชื่ออย่างผิดๆ   เมื่อได้ฟังก็เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม  ที่สำคัญเข้าใจไปในทางที่ถูกต้อง

  


           การนั่งสมาธิ   ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ทรมานมาก   ไม่เคยทำสมาธินานเท่านี้มาก่อนเลย   ไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจ  อาจตั้งใจมากไปด้วยซ้ำ   เป็นเพราะร่างกายไม่เอื้อ   ดิฉันมีปัญหาเรื่องหัวเข่า   แต่ดิฉันก็อดทน   ดิฉันคิดว่าทำได้แค่นี้ดิฉันก็พอใจ   มีครั้งหนึ่งที่พวกเราได้ขึ้นไปทำสมาธิบนอุทยานธรรม    วันนั้นดิฉันถึงกับร้องไห้   ร้องไห้น้อยใจตัวเองที่เอาชนะตัวเองไม่ได้   น้อยใจที่ทำไม่ได้เหมือนเพื่อนคนอื่นที่เขานั่งได้นาน ๆ  แต่จากนั้นมาก็ลดความตั้งใจลงบ้างไม่ให้มันมากไป   ซึ่งดิฉันก็ทำได้ครบ 30 นาที   แม้ว่าจะทำได้ไม่นานเท่าคนอื่น   แต่ก็พอใจที่ตัวเองมีความพยายาม  มีความอดทนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

  


           การมาอบรมครั้งนี้แม้จะใช้เวลาไม่มาก   แต่ก็ได้ผลเกินคาด   ได้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใช้ในการดำเนินชีวิตมากมาย   จากการที่เดิมเป็นคนมีสติดี   เมื่อมาปฏิบัติก็ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม   มีสมาธิกว่าเดิม  การอบรมพัฒนาจิต นอกจากจะได้สร้างคุณความดีจากการทำสมาธิ  สวดมนต์  รักษาศีลแล้ว   การบวชใจในครั้งนี้ทำให้ดิฉันรู้ในหลายๆ สิ่งที่ไม่รู้   เข้าใจในหลายๆ สิ่งที่ไม่เข้าใจ   ดิฉันจะนำหลักธรรมที่ได้จากการอบรมครั้งนี้ไปใช้เป็นหลักธรรมในการดำเนินชีวิต เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ตนเองและผู้อื่น ตลอดจนประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป


น.ส.อังคณา  ปราบสกูล  ชั้นปีที่ 3 ห้อง 4
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์      จ.บุรีรัมย์
เขียนไว้ ณ วันที่  8  มกราคม  2556

  


ดูอะไรก็ไม่สู้ดูตัวเอง


           หนูเป็นคนที่เข้าวัดบ่อยเป็นประจำอยู่แล้วค่ะ  แต่หนูไม่เคยไปด้วยความเต็มใจหรอกนะคะ   รวมถึงครั้งนี้ด้วยค่ะ  ก่อนที่จะมา หนูบ่น ๆ ๆ บ่นตลอดเลยค่ะ  เพราะหนูมีทัศนคติไม่ค่อยดีด้านนี้ค่ะ   ไม่ใช่ไม่เชื่อหรือไม่ใช่เพราะไม่ศรัทธาในพุทธศาสนานะคะ   แต่เป็นเพราะหนูเคยปฏิบัติธรรมมาหลายครั้งแล้วค่ะ   มันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและไม่ได้อะไรเลย   หนูเคยคิดแบบนี้ค่ะ

 

           วัดวะภูแก้ว  ทำให้หนูคิดใหม่ค่ะ   การปฏิบัติธรรมเป็นการปฏิบัติเพื่อทำให้เรามีจิตที่ดี  นั่นคือ เพื่อตัวเองทั้งนั้นเลย  สอนเรื่องบาปบุญคุณโทษ ซึ่งที่นี่ทำให้หนูเชื่อค่ะ   ทำให้หนูศรัทธามากยิ่งขึ้น   ต่างกับการไปวัดครั้งก่อนๆ ของหนูมาก ๆ ค่ะ   โดยเฉพาะเรื่องการทำสมาธิ  เจริญภาวนา  และการทำบุญค่ะ   การทำสมาธิ  เจริญภาวนาของวัดวะภูแก้ว  ทำให้หนูดูจิตของตัวเอง   ดูลมหายใจ  สอนให้หนูอยู่กับตัวเอง   แต่ที่อื่นเขาสอนให้หนูไปดูผี  ดูเทพ  ตามแสงสีอะไรก็ไม่รู้ค่ะ   หนูจึงมองไม่เห็นประโยชน์  ส่วนการทำบุญ  ที่นี่สอนให้รู้ว่า วิธีการทำบุญคืออะไร ไม่ใช่เพียงเพราะมอบปัจจัยจำนวนมากให้กับทางวัด

  


           หากมีโอกาสหนูจะแนะนำคุณแม่หนูมาค่ะ  เพราะแม่หนูชอบทำบุญมาก ๆๆๆ  ที่ท่านพาหนูและครอบครัวไปวัดเป็นประจำ   แต่หนูมองว่าท่านยังไม่เข้าใจเรื่องการทำบุญ   หนูอยากให้แม่เข้าใจใหม่  เหมือนที่หนูเข้าใจ


 น.ส.พรพิมล  รกสนิท  ชั้นปีที่ 3 ห้อง 1
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์      จ.บุรีรัมย์
เขียนไว้ ณ วันที่  8  มกราคม  2556

  


ขาดรายได้ แล้วได้ธรรมะ  คุ้มกว่ากัน


           ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวเองนะครับ ผมชื่อ นายปองวิชญ์  ศรีพิริยกุลชื่อเล่น ไทด์ ครับ   ครั้งแรกที่ผมได้รู้จากอาจารย์ว่า   จะมีการจัดไปเข้าค่ายธรรมะของ นักศึกษา ชั้นปีที่ 3  ผมก็รู้สึกไม่อยากไปเลยเพราะต้องขาดงาน   ผมมีงานก็คือทำงานเป็นพนักงาน Part Time ที่เซเว่น อีเลฟเว่น   ไม่อยากไปเพราะต้องขาดรายได้ถึง 5 วัน  จะไม่ไปก็ไม่ได้

  


          และหลังจากที่ได้สัมผัสกับกิจกรรมที่วัดวะภูแก้วแล้ว  ทำให้ผมได้รู้ว่าการที่เราได้มานี้  เป็นสิ่งที่ดีมาก  มันคุ้มค่ากว่าเงินที่ได้จากทำงาน  นี่คือการปฏิบัติเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราให้ดีขึ้น   ให้ได้รู้ถึงการเจริญสมาธิภาวนา และการควบคุมตัวเองจากสิ่งยั่วยุภายนอก


           สุดท้ายครับ ผมจะนำความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติที่นี่  การนั่งสมาธิ  การเจริญสมาธิ ภาวนา  เพื่อการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องครับ

นายปองวิชญ์  ศรีพิริยกุล  ชั้นปีที่ 3 หมู่ 2
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์  ภาษาอังกฤษ(ค.บ.)     จ.บุรีรัมย์
เขียนไว้ ณ วันที่  8  มกราคม  2556

  

  


รักตัวเองให้มากๆ


          เมื่อตอนที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก   จำความได้ว่าจะเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันเป็นประจำ   อาจเกิดจากพ่อกับแม่แต่งงานกันโดยไม่รักกันก็ได้   เพราะเป็นความเห็นชอบของผู้ใหญ่  พ่อ กับ แม่มีอาชีพทำนา และขายของ   แม่ฝึกให้ข้าพเจ้าทำอะไรด้วยตนเองมาตั้งแต่ ป.4  หน้าที่ที่ทำก็คือ ซักผ้า  หุงข้าว  ไล่วัวเข้าคอกหลังเลิกเรียนทุกวัน


          หลังจากเลิกเรียน  ก็จะกลับมาก่อเตาไฟหุงข้าว   จากนั้นจึงจะไปไล่วัวเข้าคอก  โดยข้าพเจ้านั้นไม่ค่อยจะมีเวลาไปเล่นกับเพื่อนมากเท่าไรนัก  เมื่อเอ่ยปากขอเงินแม่    แม่มักจะบอกว่า  แม่ไม่มี  แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยรบเร้าแม่   เมื่อแม่บอกว่าไม่มี  ข้าพเจ้าคิดว่าไม่เป็นไรและเดินออกไปโดยที่ไม่รู้สึกว่าโกรธเลย    ด้วยความที่ข้าพเจ้าเข้าใจแม่  ลูกไม่เคยเกลียดพ่อเลย  จะมีก็แต่ความเสียใจที่พ่อทำให้แม่ร้องไห้ก็เท่านั้น   แม่เป็นคนที่มีความอดทนมากเท่าที่เคยพบเห็นมา   เพราะถ้าหากแม่ไม่มีความอดทน  แม่คงเลิกกับพ่อไปนานแล้ว  ทั้งๆ ที่ตลอดเวลา 20 กว่าปี ที่ผ่านมา  พ่อพูดจาทำร้ายจิตใจแม่มาตลอด   แม่สอนฉันตลอดว่า  “ให้มีสติ  ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม”  ข้าพเจ้าไม่สงสัยเลยว่า การที่ข้าพเจ้ามีความอดทน ต่อสู้อุปสรรคมาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะใคร  เวลาที่ข้าพเจ้าโดนดุด่าว่ากล่าว หรือแม้กระทั่งถูกตี  ข้าพเจ้าไม่เคยเถียงท่านเลย  มีแต่อยู่นิ่งเฉย  ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ไม่โกรธ  ไม่โมโห   มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมา   แม่มักบอกกับข้าพเจ้าว่า  การที่เราเป็นคนนั้น  จะต้องทำตัวให้เหมือนเสือที่มีลาย  จะโกรธ  จะเกลียด  จะดี หรือ ชั่วก็เก็บไว้ในใจ อย่าแสดงให้ใครได้รู้   หากทำตัวเป็นเสือที่ไม่มีลาย   มันอาจจะทำให้เกิดผลเสียกับตัวเราอีกมากมาย   ส่วนพ่อของข้าพเจ้านั้น  ท่านเป็นคนดีคนหนึ่งสำหรับข้าพเจ้า   เพราะเวลาที่ท่านไม่ได้ดื่มสุรา  ท่านจะทำงานด้วยความตั้งใจ  มีฝีมือดี   แต่ถ้าท่านดื่มสุรา  ท่านจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

  


          เมื่อข้าพเจ้ารู้ว่าครูจะพามาเข้าค่ายธรรมะที่วัดวะภูแก้ว  5 วัน   ตอนแรกก็รู้สึกเครียดกังวล เพราะมีการบ้านที่ยังไม่ได้ทำอีกหลายอย่าง   แต่เมื่อถึงวันจะมา  ข้าพเจ้าตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาเตรียมตัว  และเมื่อมาถึงวัดวะภูแก้ว  ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่า ใจของข้าพเจ้าสงบอย่างน่าประหลาดใจ  ทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าไม่ค่อยชอบการนั่งสมาธิสักเท่าไรนัก   แต่พอมาที่นี่กลับทำให้ข้าพเจ้านั่งสมาธิได้นาน และ มีสติเพิ่มมากขึ้น  จดจ่ออยู่กับการฟัง  รวมถึงในทุก ๆ เรื่อง

  


          การนั่งสมาธิทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกสบายอย่างน่าอัศจรรย์ใจ   รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ  ยิ่งทำให้ฉันได้รู้ว่า  พ่อกับแม่นั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุด  หาใครเทียบไม่ได้อีกแล้ว  เพราะท่านเป็นผู้ที่คอยให้กำลังใจ  คอยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา   ไม่ว่าเราจะทุกข์หรือสุข   ท่านก็จะอยู่เคียงข้างคอยให้คำปรึกษา หรือ ปลอบใจเรา   ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ว่า  ไม่มีพระคุณอื่นใดที่จะยิ่งใหญ่เท่าพระคุณของพ่อแม่   นอกจากพ่อกับแม่แล้วนั้น  ก็ยังมีอีกคนหนึ่งที่เข้าใจและรักเรามากที่สุด  ก็คือ  ตัวเราเอง  หากเราไม่ดูแลตัวเรา   แล้วใครเล่าจะมาดูแลเราจริงไหม   ต้องขอบคุณ  คุณครูที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาปฏิบัติธรรม  และมีความรู้ที่จะนำไปปฏิบัติใช้เพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ  ถึงแม้ว่า  การปฏิบัติธรรมที่วัดวะภูแก้วได้เสร็จสิ้นลงแล้ว  แต่การปฏิบัติธรรมในชีวิตต้องดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น

 

ทุกคนท้อได้   แต่อย่าถอย
หากเราเหนื่อย  ให้หยุดพักก่อน
แล้วค่อยเดินต่อไป   ทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ
เป้าหมาย  มีไว้พุ่งชน

 

          ลูกคนนี้ไม่เคยอายใครที่มีพ่อเป็นคนขี้เมา  มีแม่เป็นแม่ค้า  แต่พ่อและแม่เป็นคนที่หล่อและสวยที่สุดสำหรับฉัน

น.ส.ฤดี  กิรัมย์    ชั้นปีที่ 3 หมู่ 4
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์  จ.บุรีรัมย์
เขียนไว้ ณ วันที่  8  มกราคม  2556

  


ไปเที่ยวกับไปวัดอะไรดีกว่ากัน


           ครั้งแรกที่ข้าพเจ้ารู้ว่าจะได้มาเข้าค่ายอบรมคุณธรรมที่วัดวะภูแก้ว   ความรู้สึกก็คงจะเหมือนเพื่อนๆ และคนอื่นส่วนใหญ่ ที่ได้อ่านในหนังสือเรื่อง  ครั้งหนึ่งที่ฉันเข้าวัด  คือ  ไม่อยากมา  เพราะมันดูไม่สนุก  และยังคิดอีกว่าทำไมถึงไม่ได้ไปเที่ยวเหมือนกับสาขาอื่นๆ บ้าง  หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็คิดมาตลอดว่า ไม่อยากไปเลย  แต่เมื่อเล่าให้พ่อแม่ฟัง  ท่านกลับบอกว่าดีแล้ว เพราะข้าพเจ้าไม่ค่อยได้ทำบุญ  ท่านสนับสนุนเต็มที่ และเมื่อวันที่ข้าพเจ้าไม่อยากให้มาถึง  มันก็มาถึงจนได้ คือวันที่ 4 มกราคม 2556   แต่เมื่อนั่งมาได้สักพัก  ข้าพเจ้าก็เริ่มคิดว่าก็ดีเหมือนกันเพราะปีนี้เป็นปีชงของข้าพเจ้า   เราจะได้มีบุญกับคนอื่นบ้าง

          เมื่อกิจกรรมทุกอย่างดำเนินไปเรื่อย ๆ ข้าพเจ้าก็เริ่มรู้สึกว่าเป็นการเข้าค่ายอบรมที่ไม่ใช้เสียงตะคอก  เสียงด่า  แต่กลับเป็นการใช้ความนิ่ง  ความสงบ  ทำให้เรารู้สึกมีคุณธรรมต่างๆ   และที่สำคัญทำให้เราซึ้งถึงพระคุณของพ่อ แม่ และทำให้ข้าพเจ้าสามารถเปลี่ยนตนเองได้ในการทำความดีต่างๆ  ข้าพเจ้าประทับใจการเข้าค่ายคุณธรรมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก   เพราะสามารถเปลี่ยนคนได้หลายคนจากคำสอนของพระพุทธเจ้าในเรื่องต่างๆ   ผลจากการนั่งสมาธิทำให้ข้าพเจ้าได้อยู่กับตัวเอง  คิดถึงการกระทำต่างๆ ของตนเองทั้งในเรื่องที่ดี  หรือ  เรื่องที่ไม่ดี  และทำให้มีสติมากขึ้น   สำหรับค่ายธรรมะนี้ข้าพเจ้าอยากให้นักเรียน หรือคนทั่วไปมาเข้าร่วมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมต่อไป


น.ส.แสงระวี  กระฐินเทศ    ชั้นปีที่ 3 หมู่ 5
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์  จ.บุรีรัมย์
เขียนไว้ ณ วันที่  8  มกราคม  2556

 


Last Updated on Saturday, 19 January 2013 01:23
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner