Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์ เด็กนักเรียน ร.ร.พระทองคำวิทยา และ ร.ร.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 23 - 27 พฤศจิกายน 2555
ประสบการณ์ เด็กนักเรียน ร.ร.พระทองคำวิทยา และ ร.ร.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 23 - 27 พฤศจิกายน 2555
Wednesday, 28 November 2012 08:04

 

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  วัดวะภูแก้ว

 


มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น


           5 วันเปลี่ยนชีวิต  ณ ศูนย์พัฒนาจิตแห่งนี้ได้ให้อะไรดีๆ กับข้าพเจ้ามากมายอย่างนับไม่ถ้วน   ณ ที่แห่งนี้สามารถเปลี่ยนชีวิต  เปลี่ยนแนวคิดการมองโลกของข้าพเจ้า   ความรู้สึกที่ข้าพเจ้าได้รับในวันนี้เหมือนได้เกิดใหม่  ณ ที่นี้  คือ การเริ่มต้นชีวิตใหม่  ซึ่งแน่นอนว่าคงดีกว่าเดิม   หากเปรียบธรรมะเป็นภูมิคุ้มกัน   วันนี้ดิฉันพร้อมจะเผชิญกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับชีวิต  เพราะวันนี้ดิฉันมีภูมิคุ้มกันแก่ชีวิตแล้ว   สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ด้วยตนเองคือ  “คนเราหากไม่เคยลำบาก ไม่เคยประสบกับความทุกข์  ก็จะไม่มีวันรู้ว่ารสชาติความสุขนั้นเป็นอย่างไร”

  


          ดิฉันเชื่อว่าหลายคนหากได้รู้ว่าจะได้มาที่นี่   ความรู้สึกแรกคงไม่ต่างกับดิฉัน  คือ  รู้สึกไม่อยากมา  เกิดอคติในใจตั้งแต่เริ่ม  และคงทิ้งคำถามกับตัวเอง   “จะไปทำไมตั้ง 5 วัน  จะให้บวชเลยหรืออย่างไร”   เป็นคำถามที่ตั้งอยู่บนความอคติ

  


          วันแรก ก็ได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น  ไหว้พระสวดมนต์  เดินจงกรม  ทำสมาธิ   แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของข้าพเจ้าได้  ความรู้สึกก็ยังเหมือนเดิม

  


          เมื่อเข้าสู่วันที่ 2  ความอึดอัดกระสับกระส่ายบวกกับความเมื่อยล้าของสังขารทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกท้อ   สมองไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น

  


          แต่พอเข้าวันที่ 3 ตอนเช้า   ขณะนั่งสมาธิ ข้าพเจ้าลืมตาขึ้นมาเห็นคนข้างหน้า   เขานั่งสงบนิ่ง   ข้าพเจ้าเกิดแรงบันดาลใจและเกิดความคิดที่อยากเป็นเหมือนคนอื่น   แต่พยายามอย่างไรก็ยังไม่ได้ผล

  


          จนกระทั่งวันที่ 4  ข้าพเจ้าได้รับจุดเปลี่ยนตอนกลางวัน   ข้าพเจ้าปล่อยวางทุกอย่าง   ไม่อยากที่จะเป็นเหมือนคนอื่นแล้ว  เพราะจากการอบรม  “ความอยาก”  ล้วนเป็นกิเลสทั้งสิ้น   ก่อนหลับตาทำสมาธิ   ดิฉันเพ่งมองไปที่พระพุทธรูปและภาวนาขอให้ท่านมอบความสุขแก่ข้าพเจ้า  และก็ค่อยๆ หลับตาลง   และแล้วข้าพเจ้าก็พบกับความสงบ   มันเป็นความสุขที่บอกไม่ถูก  ดิฉันกำหนดลมหายใจและภาวนาเรื่อยๆ  จิตใจของข้าพเจ้าเข้มแข็งขึ้นอย่างรู้สึกได้  เพราะสามารถนั่งอยู่กับความปวดเมื่อยของสังขารเป็นเวลาเกือบชั่วโมง   ทั้งๆ ที่ ข้าพเจ้าเป็นคนใจร้อน  อะไรนิดอาไรหน่อยก็ทนไม่ไหว   ไม่คิดว่าจะมีวันนี้   ข้าพเจ้าคิดว่า  “วันนี้ข้าพเจ้าเอาชนะใจตัวเองสำเร็จแล้ว”

  


          ณ  ที่แห่งนี้  วัดวะภูแก้ว   ได้เปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนความคิดของคนได้ 1 คนแล้ว คือข้าพเจ้า    ดิฉันสัญญาว่าทุกคำแนะนำ  ทุกคำสอนของวิทยากรทุกท่านจะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน   ข้าพเจ้าจะนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

นางสาวชลธิชา  ไคขุนทด  ชั้น ม.5/1
โรงเรียนพระทองคำวิทยา      จ.นครราชสีมา
เขียนไว้ ณ วันที่  27  พฤศจิกายน  2555

  

 


ค่ายธรรมะสุขตลอดเวลา


           ตอนอยู่บ้าน   แม่ชอบพาหนูไปเข้าศีล  ถือศีล 8  ไม่ได้กินข้าวเย็นทรมานกว่านี่อีก   หนูว่าวัดวะภูแก้วสบายมากที่สุด   เท่าที่หนูไปเข้าค่ายทุกค่ายมา  ยิ่งค่าย ร.ด. นะคะ   แข่งกับเวลา   ค่าย ร.ด.มีแต่ทุกข์  สุขตอนนอนเท่านั้น   แต่ค่ายธรรมะนี้  สุขตลอดเวลา   การมาอยู่วัดวะภูแก้วนี้ทำให้รู้ว่า  ไม่มีใครบังคับเราได้  นอกจากตัวเราเอง   จิตที่สงบจะทำให้ชีวิตเป็นสุข   ทุกข์กายก็พอทนแต่ทุกข์ใจสุดจะทน   ถึงแม้หนูจะทำสมาธิไม่ได้ดีนัก  แต่หนูก็พยายามแล้ว    เพราะหนูตั้งใจจะเอาบุญไปฝากพ่อและแม่ที่บ้าน   หนูตั้งใจว่ากลับไปจะตั้งใจเรียน โดยการมีสติ  สมาธิในการเรียน  และทำความดีตอบแทนพระคุณพ่อ  แม่  ครูอาจารย์  ให้ได้มากที่สุด


           วันนี้หนูมีบางอย่างจะบอก
           สุขหรือทุกข์ก็อยู่ที่จิตใจ
           ไม่มีใครมาบังคับให้เราทำ
            มีบางอย่างกระทบจิตให้เจ็บช้ำ
            แต่พระธรรมช่วยเราให้ผ่อนคลาย
            มาครั้งนี้ จิตใจหายหม่นหมอง
            สิ่งที่ต้องทำหลังกลับในครั้งนี้
            คือ  ตัวเราจะต้องทำความดี
            เพื่อให้มีความสุขตลอดกาล


นางสาวบุญศรี  ทำทอง ชั้น ม.4/2
โรงเรียนพระทองคำวิทยา      จ.นครราชสีมา
เขียนไว้ ณ วันที่  27  พฤศจิกายน  2555

  

 


อย่ารอให้สายเกินไป


           ก่อนหน้านี้  หนูเคยสัญญากับตัวเองว่าถึงวันพ่อ  หนูจะขอกราบเท้าพ่อสักครั้งเพราะพ่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง  หนูก็เลยคาดว่าถึงวันพ่อจะขอกราบเท้าท่าน  แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดในวันที่ 5 กันยายน  พ่อกลับเสียชีวิตโดยที่ก่อนตายพ่อบอกว่าอยู่บ้านรอพ่อ  ไม่ต้องไปหนูก็อยู่บ้านรอ   แต่อีกสักพักโทรศัพท์ก็ดัง  หนูก็รับโทรศัพท์และน้าก็บอกว่าพ่อเสียแล้ว   ตั้งแต่นั้นมา เมื่อหนูคิดจะทำดีกับแม่  หนูจะรีบทำทันที   แต่หนูไม่กล้ากราบเท้าท่านเพราะหนูอาย   หนูก็หันไปทำอย่างอื่นเช่น  ซักผ้า  ผ้าปูที่นอน  มุ้ง  และเสื้อผ้า   งานบ้านหนูทำ  ล้างจาน  กวาดบ้าน  ดูบ้านต่างๆ  

  


           5 วันของการเข้าค่าย   หนูได้มาทำบุญอุทิศบุญให้พ่อ  หนูก็ขอให้พ่อได้รับบุญที่หนูทำให้พ่อบ้าง  ไม่ว่าอย่างไรหนูก็จะตั้งใจทำบุญไปให้พ่อบ่อยๆ   การมาวัดครั้งนี้  มาวัดคิดว่าจะทุกข์  แต่กลับได้ความสุข


นางสาวมินตรา  บุญญจันทึก  ชั้น ม.4/5
โรงเรียนด่านขุนทด      จ.นครราชสีมา
เขียนไว้ ณ วันที่  27  พฤศจิกายน  2555

  

 

ฟุ้งเฟ้อบนหยาดเหงื่อของแม่


          ตั้งแต่ผมรู้ว่าผมจะต้องมาเข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต  ผมรู้สึกกระวนกระวายมาก  เพราะผมจะไม่ค่อยชอบเข้าวัดสักเท่าไร   ก่อนถึงวันที่จะมาเข้าค่ายเป็นวันที่ผมคิดจะหนีการเข้าค่ายโดยการไม่มาโรงเรียน   แต่ครูบอกผมว่า  “ถ้าใครไม่ไปครั้งนี้  จะต้องไปกับเด็ก ม.2  ถ้าไม่ไปก็จะไม่ผ่านกิจกรรม”   ผมเลยกลับมาคิดดูว่า  ถ้าผมไปกับเด็ก ม.2  ทั้งที่ตัวผมอยู่ ม.5   ผมก็ไม่ค่อยรู้จักใครใน ม.2  เสียด้วย   ผมเลยตัดสินใจมากับเพื่อนๆ ดีกว่า   เพื่อนเรามาได้ ทำไมเราจะมาไม่ได้  แต่พอมาถึงวัด  ผมกลับรู้สึกว่า  มันเป็นสถานที่ที่น่าอยู่มาก   อากาศดีมาก  เสียงรถก็ไม่มี   เมื่อถึงเวลานั่งสมาธิครั้งแรก   ผมรู้สึกปวดมาก  อยากกลับบ้านมาก  แต่มีครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้าภูมิใจในตัวเองมาก   คือครั้งที่ 4  และครั้งนั้นผมนั่งเรื่อย ๆ   แล้วผมก็เห็นแม่ของผมกำลังทำไร่   แม่ผมมีเหงื่อออกมา   ผมรู้สึกสงสารแม่มาก  เพราะปกติ  ผมเป็นคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยมาก   ทั้งที่แม่ของผมกว่าจะหาเงินได้แต่ละบาท  ต้องเหนื่อยมาก  ผมไม่เคยคิดเลยว่าการใช้เงินฟุ่มเฟือยของผมมันจะทรมานแม่มากขนาดนี้   ผมตั้งใจไว้เลยว่าผมกลับไป  ผมจะใช้เงินให้ประหยัดมากที่สุด  และถ้าวันไหนผมว่าง   ผมจะไปช่วยพ่อกับแม่ของผมทำงานเพื่อที่ท่านจะสบายมากขึ้น   ผมจึงขอขอบคุณคุณครูที่นำผมมาวัดวะภูแก้ว  จนทำให้ผมสำนึกต่อความผิดของตัวผมเองมาโดยตลอด   กลับบ้านไปอันดับแรกที่ผมจะทำคือกราบเท้าท่านทั้งสองให้ได้   เพราะตั้งแต่ผมเกิดมาผมกราบเท้าท่านแค่ไม่กี่ครั้งเอง    ผมจะทำให้ท่านภูมิใจในตัวผมให้ได้มากที่สุด


นายสมภพ  นาคพลกรัง  ชั้น ม.5/1
โรงเรียนด่านขุนทด      จ.นครราชสีมา
เขียนไว้ ณ วันที่  27  พฤศจิกายน  2555

  

  


สะสมบุญไว้ใช้ถึงชาติหน้า


           โดยส่วนตัวก็เคยมาวัดวะภูแก้วแล้ว 2 ครั้ง  คือ มาตอน ป.6  และ ม.2  และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3   และการมาวัดทุกครั้งคือพอรู้ว่าจะต้องมาวัด   ก็จะไม่อยากมา   แต่พ่อได้มาแล้วก็ไม่อยากกลับ  เพราะที่นี่ บรรยากาศก็สงบ  ร่มเย็น  ร่มรื่น  สวยงาม  อากาศเย็นสบาย  มีวิวภูเขา  และอุทยานธรรมที่สวยงาม  และได้มาบวชใจ  ก็ดีมากเพราะเป็นที่เราได้เจริญสมาธิภาวนา   มาสวดมนต์  ก็รู้สึกจิตใจสงบและเข้มแข็งขึ้น   เพราะการมา 2 ครั้งก่อน   จิตใจยังไม่แข็งแกร่งเหมือนมาครั้งนี้   ซึ่งเรามีความอดทนมากกว่าเดิม   นั่งสมาธิได้มากกว่าเดิมและได้สร้างกรรมดี   เพื่อเป็นกุศลของเราเอง   เอาไว้ใช้ในชาติหน้าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีกชาติหนึ่ง  และอีกต่อๆ ไป   เพื่อเกิดมาสร้างกรรมดี  สร้างบุญกุศลต่อไป  และเพื่อเป็นการสืบทอดพระศาสนาให้คงอยู่ไปนาน ๆ


           และสุดท้ายนี้ก็มีกลอนมาฝากนะคะ   อาจจะไม่เพราะเท่าไร


                             การมาวัดในครั้งนี้          มีความดีให้ได้สร้าง
            ทำใจเราให้กระจ่าง                         ปราศจากความมัวหมอง
                             เจริญ  สมาธิ  ภาวนา      อันมีค่าน่าทดลอง
            ให้ใจสงบสมจิตปอง                         เป็นจิตของคนมาวัด

นางสาวอาจรีย์  สมสถาน  ชั้น ม.4/1
โรงเรียนด่านขุนทด      จ.นครราชสีมา
เขียนไว้ ณ วันที่  27  พฤศจิกายน  2555

  

 


แม่คิดถูก


          พอผมได้ยินข่าวจากโรงเรียนเขาพูดว่าจะพา ม.4 และ ม.5  ไปเข้าค่าย  ผมก็ดีใจ   ผมยังถามว่าไปเข้าค่ายอะไร   เขาตอบผมว่าไปเข้าค่ายธรรมะ    พอผมได้ยินเท่านั้นแหละ   โอ๊ยตายแล้ว  อะไรวะ  ไม่อยากไปเลย   ผมก็คิดว่าจะทำอย่างไรดี  ถึงจะได้ไม่ต้องไปเข้าค่ายธรรมะ    ผมคิดว่า  ทำให้รถล้มดีไหมจะได้ไม่ต้องนั่งสมาธิ   ไปบอกแม่  “แม่หนูไม่อยากไปเข้าค่ายธรรมะ”   แม่ดันบอกอีกว่า  “มึงไปเลย”   อ้าวอะไรนี่   ผมคิดว่าแม่จะไม่ให้ไป  แล้วแม่ยังพูด  “มึงรีบไปเลย  เดี๋ยวกูเก็บของให้”   อ้าวเหมือนอยากจะส่งผมไปตั้งแต่วันแรกที่ได้ยินอีก   ผมคิดในใจ  จะส่งผมไปลงนรกหรือไงแม่  ตั้ง 5 วัน 4 คืน  โอ๊ยมันเป็น 5 วันที่บอกได้เลยว่านรกชัด ๆ

  


          พอมาถึงวันไปเข้าค่ายธรรมะ    การมาวัดครั้งนี้ของผม  ทำให้ผมมีความสุขมาก  ได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับธรรมะ  ได้สมาธิ  ผมขอขอบคุณครูที่จัดเข้าค่าย   พาผมเข้าค่ายครั้งนี้   ถ้ามีโอกาสอีก ผมจะมาแบบไม่รีรออะไรเลย  เพราะผมมีจิต  มีสติ  มีสมาธิ  ทำให้จิตสงบ  วิทยากรก็สอนดีอยู่แล้วสบาย     บรรยากาศก็ดีอีกด้วย  ใครไม่เคยเห็น 3 ฤดูในวันเดียว  เป็นที่อัศจรรย์มากแห่งเดียวในโลก   ถ้าใครมาก็จะติดใจ  มานะครับทุกคน

นายนพเดช  รุ่งสว่าง  ชั้น ม.5/2
โรงเรียนด่านขุนทด      จ.นครราชสีมา
เขียนไว้ ณ วันที่  27  พฤศจิกายน  2555



Last Updated on Wednesday, 28 November 2012 08:22
 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner