Home เรื่องเล่าตอนเข้าค่าย ประสบการณ์เด็กนักเรียน ร.ร.จักราชวิทยา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 27 - 31 กรกฎาคม 2555
ประสบการณ์เด็กนักเรียน ร.ร.จักราชวิทยา ที่เข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ระหว่างวันที่ 27 - 31 กรกฎาคม 2555
Saturday, 18 August 2012 03:33

 

 

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  วัดวะภูแก้ว


ได้สมาธิจริงๆ  ก็ครั้งนี้


          ต้องเปลี่ยนความคิดเลย   จากที่ผมเคยไปบวชเณรปฏิบัติธรรมภาคฤดูร้อนนั้น   ซึ่งเป็นวัดที่อยู่แถวบ้าน  ไม่ใช่วัดป่าแต่ว่าปฏิบัติเข้มกว่านี้มากหรืออาจเป็นเพราะผมไปปฏิบัติบ่อยหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ  เพราะผมไปตั้ง 4-5 ครั้งแล้วคงจะเกิดความเคยชินละมั้งครับ    ผมตั้งใจปฏิบัติทุกครั้งและได้รับเลือกให้เป็นสามเณรดีศรีโครงการเกือบทุกครั้ง    พอมาปฏิบัติที่วัดวะภูแก้ว ผมจึงรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องยากอะไรมากมาย   กลับรู้สึกว่าสงบได้เร็วและเข้าสมาธิได้เร็วกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ    ผมจำได้ว่ามานั่งสมาธิครั้งแรกตอนบ่าย   ผมก็เกิดปีติและเห็นนิมิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  เห็นพระ   เห็นแสงสว่าง ๆ ลอยไปมา   และวันต่อๆ มาก็เป็นเช่นเดียวกัน   และวันที่ 4  ตอนเย็น   ผมก็ได้สมาธิอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  คือ รู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตน  และรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเดินลงจากลานปฏิบัติธรรมไป   ผมตั้งสติและคิดได้ว่า  ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ดีแน่  กลัวว่าจะกลับไปไม่ได้  จึงรีบถอนจิตกลับ   พอออกจากสมาธิได้แล้วลืมตาขึ้นมา   โอ๊ะโอพระช่วย    เพื่อนหายไปไหนหมดละเนี่ย   ไม่รู้สึกเลยว่าเพื่อนลุกไปตอนไหน  ตั้งแต่นั่งสมาธิครั้งนี้ครั้งแรกที่เป็นอย่างนี้

    นายอนุศักดิ์   จันสีสุก
ร.ร.จักราชวิทยา    ม.5/2
วันที่  31 ก.ค. 2555

  

 

 

อดทนและจริงใจ


           ครั้งแรกที่มานั่งสมาธิ  ข้าพเจ้ารู้สึกเมื่อยมากๆ   ปวดขา   แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจาก  คำว่า  “อดทนและจริงใจ”    

          การที่ข้าพเจ้านั่งปฏิบัติธรรมนั้นเกิดปีติมากมายหลายแบบ  เช่น   ตัวโยก   ตัวสั่น   ตัวหมุนก็มี   และเห็นแสงตลอดในการนั่งสมาธิทั้ง  5 วันนี้    ข้าพเจ้าได้ประโยชน์มากมายหลายอย่างจากที่นี่   มันไม่น่าเบื่ออย่างที่รุ่นพี่บอกมาเลยสักนิด  สนุกมากๆ  ด้วยซ้ำ    ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าถ้าไม่ได้มาที่นี่   ชีวิตและโอกาสของข้าพเจ้าจะเป็นอย่างไรบ้าง   มันคง...น่าเสียดายน่าดู    ข้าพเจ้าได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน


          ข้าพเจ้ามีความคาดหวังในการมาปฏิบัติธรรมในครั้งนี้มาก   เพื่อที่จะได้เรียนเก่งๆ   สอบได้เกรดและคะแนนดีๆ   มีสมาธิในการทำข้อสอบ และใจเย็นมากขึ้น


          สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอฝากทุกคนที่ได้มาปฏิบัติธรรมว่า  “อดทนและจริงใจ”    เท่านั้นที่จะทำให้สิ่งที่เราหวังนั้นสำเร็จและลุล่วงไปได้ด้วยดี

น.ส.สรารัตน์  นนกระโทก
ร.ร.จักราชวิทยา    ม.5/4
วันที่  31 ก.ค. 2555

  

  


 

เรียนรู้จากการปวดขา


          ฉันไม่ค่อยอยากมาวัดสักเท่าไรเพราะกลัวว่าจะอยู่ไม่ได้   อยู่ยังไงไปตั้ง 5  วัน  คงจะน่าเบื่อน่าดู    กลัวจะนั่งสมาธิไม่ได้   กลัวจะอาบน้ำไม่ทัน   กลัวจะง่วงนอนเวลาสวดมนต์    ความกลัวของฉันมีหลายอย่าง   จนทำให้ฉันรู้สึกท้อ


          แต่พอวันแรกที่มาถึงวัดวะภูแก้ว  ตอนที่ฉันเห็นวัดครั้งแรก   ฉันรู้สึกชอบมาก   บรรยากาศดีมาก   เย็นสบาย  ร่มรื่น น่าอยู่  ตลอดระยะ 5 วันที่ฉันมาอยู่   ตอนที่เขาให้ฉันนั่งสมาธิ   ฉันไม่เคยนั่งได้สักที ไม่เคยเบาสบายเหมือนคนอื่น   แต่ฉันก็ไม่ยอมแพ้  ถึงแม้ฉันจะปวดขาสุดแสนจะทรมาน   แต่สิ่งที่ฉันนึกถึงเวลาที่ฉันปวดขานั้นก็คือ แม่และยายที่เลี้ยงฉันมา   แม้อาการปวดขาของฉันจะไม่หายไป   แต่ฉันก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากอาการปวดขา   ฉันคิดว่าพ่อแม่ฉันทำงาน  ท่านคงจะทรมานอย่างนี้หรืออาจจะมากกว่านี้    สิ่งเหล่านี้เป็นแรงใจและแรงผลักดันให้ฉันสู้ต่อไปจนถึงนั่งสมาธิยกสุดท้าย  (ยกพิเศษ)  ฉันได้รู้ถึงความเบาสบายและจิตใจที่สงบจากการนั่งสมาธิ   เป็นความรู้สึกที่ฉันคงจะไม่มีวันลืม    การเข้าอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้วครั้งนี้สอนอะไรฉันหลายอย่าง    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบาป-บุญคุณโทษ   พระคุณของพ่อแม่   เมื่อตายไปแล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน    ชีวิตหลังความตายเป็นยังไง  และคำสอนที่บอกว่า   ชีวิตเราตายแล้วไม่สูญ ซึ่งเป็นความจริงทั้งสิ้นค่ะ

น.ส.อนุสรา   แก้วสะอาด
ร.ร.จักราชวิทยา    ม.5/6
วันที่  31 ก.ค. 2555

  

  


กลายเป็นคนชอบทำบุญ

          ข้าพเจ้าเป็นคนที่ไม่ชอบทำบุญเลย      ไม่ชอบเข้าวัด    เห็นพระที่ไหนก็จะเดินหลบไปให้ไกลๆ  ด้วยความที่ไม่ชอบพระมาบิณฑบาตถึงหน้าบ้าน   ทั้งๆ ที่ตัวเองปฏิบัติหน้าที่หรือทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็ไม่เคยออกไปใส่บาตร    แม้กระทั่งวันเกิดตัวเอง   วันเสียชีวิตของพ่อ  แม่ หรือคนในครอบครัวก็ไม่เคยไปทำบุญสักครั้ง    เคยไปก็แต่เวียนเทียนในบางครั้ง  ไม่ได้ไปทุกครั้งหรอก และไม่ได้ขึ้นไปบนศาลา  นั่งรอให้พระสวดเสร็จ  พอลงจากศาลาจึงไปเดินร่วมกันกับคนอื่น    ยายของข้าพเจ้าก็บอกอยู่บ่อยๆ นะว่า  ให้ไปทำบุญ ให้พ่อแม่บ้าง   คนอื่นทำให้ไม่ได้บุญเต็มที่เหมือนลูกทำให้หรอก    แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยเชื่อคิดว่าใครทำก็เหมือนกันแหละ

          วันหนึ่ง  ข้าพเจ้าไปดูดวง  ตอนแรกก็ไม่อยากไปหรอกเพราะไม่ค่อยจะเชื่อ    พอไปเขาก็ทักว่า  “ทำบุญบ้างนะ”   เจ้ากรรมนายเวรตามตัวอยู่  ทำบุญให้พ่อกับแม่หน่อย  ให้ตัวเองด้วย   ป่วยบ่อยๆ ไม่ใช่หรือ   ข้าพเจ้าก็รับปากแต่ไม่ทำตาม     ข้าพเจ้าก็เจ็บป่วยบ่อยๆ นะ   แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร   ไม่คิดเรื่องเวรเรื่องกรรม   พ่อแม่ก็ไม่เคยมาเข้าฝันเลยสักครั้งทั้งๆ ที่อธิษฐานทุกวัน ว่าให้แม่มาเข้าฝันบ้าง   ให้พ่อมาหาหน่อยนะ  แต่ก็ไม่เคยเจอ   จนได้มาปฏิบัติธรรมที่นี่    แน่นอนว่าไม่อยากมาเลย เพราะไม่ชอบวัดอยู่แล้ว  และจากที่รุ่นพี่เล่าประสบการณ์ให้ฟัง ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย    น่ากลัว  น่าเบื่อด้วยซ้ำ   วันๆ เอาแต่เดินจงกรม  นั่งสมาธิ   ข้าพเจ้าไม่ได้ขึ้นรถมากับเพื่อนๆ  เพราะต้องไปปฏิบัติภารกิจก่อน  จึงตามมาทีหลังแต่ก็ถึงพร้อม ๆ กันกับเพื่อน  เข้ามาในบริเวณวัด สิ่งแรกที่เห็นคือเมรุ   รู้สึกอยากกลับบ้านตั้งแต่วินาทีนั่นแหละ เพราะเป็นคนกลัวผีมากทั้ง ๆ ที่ไม่รู้หรอกว่าผีมีจริงหรือเปล่า  แต่ก็ยังกลัว   แต่พอได้ปฏิบัตินั่งสมาธิ  ยกแรกรู้สึกทรมานมากๆ เลย    แต่พอยกหลังๆ เริ่มเกิดปีติ  เห็นอะไรต่างๆ นานา   เริ่มสำนึกในสิ่งที่ตัวเองได้ทำผิดลงไป     ก็ไม่อยากกลับบ้าน อยากอยู่ต่อเพราะรู้สึกสงบมาก ๆ  กลายเป็นคนชอบทำบุญไปเลยทีเดียว   เลยตั้งใจว่าต่อจากนี้ไปจะหมั่นทำบุญ  บำเพ็ญศีล ภาวนา  เพื่อให้ชาติภพหน้าจะไม่ลำบากค่ะ

นางสาวภิรมญา   โคตรสมบัติ
ร.ร.จักราชวิทยา    ม.5/1
วันที่  31 ก.ค. 2555

 

  

พ่อผู้เป็นอรหันต์ 


          ตั้งแต่เด็กๆ ผมถูกสอนด้วยความมีระเบียบและเหตุผลเป็นหลักไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตาม   พ่อมักจะสอนให้คิดถึงเหตุของการกระทำและผลของการกระทำที่จะตามมา  และเมื่อรู้ว่าเหตุที่จะตามมาจะเป็นเช่นไร    ก็สอนให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้   และให้มีสติในการแก้ไขปัญหาและเมื่อแก้ปัญหาแล้วจะมีผลอะไรอย่างอื่นตามมาหรือเปล่า   พ่อสอนให้คิดให้รอบคอบเสมอ


          พ่อเปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่าง  เพราะผมมีแม่ แต่แม่หย่ากับพ่อ   ผมเกือบตายเพราะตรอมใจตอนเด็กๆ เพราะตอนผมอยู่กับแม่   แม่ไม่ค่อยดูแลผมนัก   พ่อเป็นคนชุบชีวิตนำผมมาอยู่ด้วย  แต่ผมก็ไม่เคยโกรธแม่   เพียงแต่อยากจะถามว่าทำไม ผมไม่ได้พบกับแม่มาก็เป็นเวลา 14 ปี    พ่อเคยเป็นเด็กวัดมาก่อน  พ่อจึงสอนผมทุกอย่างด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า   คำหรือประโยคแรกที่สอนคือ   ทำความดีให้ถึงพร้อม  ตายไปจะได้ไม่ต้องค้างใจว่ายังไม่ได้ทำ  และมีคำสอนอีกมาก ถ้าจะเขียนคงไม่หมด


          เมื่อได้มาวัด  พระท่านก็สอนคำสอนแบบเดียวกับพ่อสอนและก็ตรงกันมาก   จากคำถามที่ผมค้างคาในใจว่าทำไมพ่อถึงทำเช่นนั้น    แต่เมื่อมาที่นี่ก็ได้คำตอบกระจ่างแจ้งมากขึ้น   และได้ความรู้อีกมากมายถ้าเราตั้งใจฟังเราก็จะได้ความรู้มาก   แต่ถ้าใครมัวแต่คุยก็ไม่ได้อะไรเลยอย่างที่อาจารย์ท่านว่าไว้   ทุกครั้งที่นั่งสมาธิผมมักจะไม่หลับตาแต่เพ่งคิดพินิจในใจและทำให้ได้คำตอบหลายอย่างที่ค้างใจตัวเอง    ผมเคยนั่งอยู่ยกหนึ่ง   ผมรู้สึกว่าตัวผมนั่งอยู่คนเดียวในโขดหินและมีน้ำตกไหลผ่านเย็นสบาย   แต่ผมตกใจเลยรีบถอนจิตออกมา  และหลายๆ ครั้งผมนั่งแล้วเกิดรู้สึกว่าตัวเองหมุนเวียนหัวมากจนต้องถอนจิตออกมา   ถ้าไม่อย่างนั้นผมจะอาเจียนแน่ ๆ    การมาวัดครั้งนี้ทำให้ผมได้อะไรหลายๆ อย่างมาก (สำหรับคนตั้งใจเท่านั้น)

 

นายพีรวิชญ์   แซ่จ๋าว
ร.ร.จักราชวิทยา    ม.5/1
วันที่  31 ก.ค. 2555





 

ค้นหา (พิมพ์คำที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter)

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Banner

เข้า Facebook ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว

Banner

แห่เทียนพรรษา 2558

Banner

ฐานิยปูชา 2556

Banner

www.thaniyo.net

Banner

ฐานิยปูชา 2555

Banner

เชิญชม วิดีโอ การแสดงธรรมของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

วัดป่าสาลวัน

Banner

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Banner

palungdham.com

Banner

ฐานิยปูชา 2553

Banner

visitwallpapers.com

Banner

สำรวจความคิดเห็น

เหตุผล สำคัญที่สุด ในการเข้ารับการอบรมพัฒนาจิต ที่วัดวะภูแก้ว ?
 

แบบสำรวจความคิดเห็น

วัดวะภูแก้วควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
 

แบบสำรวจ

พระสงฆ์ในทัศนะของท่าน ?
 

โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่สมุดเยี่ยม

Banner